นี่คือการดิ่งพสุธาที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะมันคือการโดดจากนอกโลก

นี่คือการดิ่งพสุธาที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะมันคือการโดดจากนอกโลก เฟลิกซ์ โบมการ์ทเนอร์ (Felix Baumgartner) ผู้ทำลายสถิติดิ่งพสุธาด้วยความเร็วเหนือเสียง 1.24 Mach หรือ 1,343 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อลงมายังโลกจากชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์

 

เฟลิกซ์ โบมการ์ทเนอร์ (Felix Baumgartner)

62416f948_2

 

เฟลิกซ์ โบมการ์ทเนอร์ ชื่อของเขาได้ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อเขากระโดดออกมาจากขอบโลกในเดือน ตุลาคม 2012 ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติโลกด้วยการกระโดดร่มดิ่งพสุธาจากบอลลูนติดแคปซูลอวกาศ ที่ชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์ อยู่เหนือพื้นดิน 39 กิโลเมตร หรือ 128,000 ฟุต

 

ภาพระดับชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์

15298

 

เฟลิกซ์ โบมการ์ทเนอร์ อดีตทหารชาวออสเตรียวัย 46 ปี (ขณะที่ทำการกระโดดเขามีอายุ 43ปี) เป็นนักกีฬา extream sport จากค่าย Redbull ที่มีชื่อเสียงมาจากการกระโดดร่มตามจุดที่มีชื่อเสียงต่างๆ ของโลก เช่น ตึกไทเป 101 ในปี 2007 ซึ่งในขณะนั้นตึกนี้ถือว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกเขาเป็นคนแรกที่กระโดดลงจากชั้นที่ 91 ของตึก และการบินผ่านช่องแคบอังกฤษเป็นต้น

 

ภาระกิจเสี่ยงตายก่อนหน้านี้ เฟลิกซ์ โบมการ์ทเนอร์ โดดจากชั้น 91 ที่ตึกไทเป 101 ปี 2007

62416111c_2

 

เริ่มต้นภารกิจ

ภารกิจดิ่งพสุธาเริ่มต้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ณ ฐานทัพอากาศ Rosswell (new mexico) บอลลูนฮีเลียมซึ่งมี เฟลิกซ์ โบมการ์ทเนอร์ โดยสารอยู่เพียงลำพังได้ถูกปล่อยออก โดยภาระกิจที่สำคัญในครั้งนี้คือการดิ่งพสุธาจากขอบโลกที่ระดับความสูง 39 กิโลเมตร และต้องใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในการไต่ระดับความสูง

62416f81e_2

 

 

ซึ่งในช่วงเวลนี้ เฟลิกซ์ โบมการ์ทเนอร์ และเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินได้ติดต่อกันตลอดเวลา เมื่อประตูถูกเปิดออกก็เป็นนาทีสุดท้ายที่ Felix จะต้องควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง เขาดิ่งลงมาแบบอิสระ (Free fall ยังไม่ดึงร่มชูชีพ) ด้วยความเร็ว 1,343 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือ 1.24 มัค (1 มัค เท่ากับความเร็วเสียง) ลงมาประมาณ 6 นาทีถึงจะทำการดึงร่มชูชีพ ทำให้เขาครองตำแหน่งมนุษย์ที่ทำความเร็วแบบดิ่งลงมาอิสระสูงที่สุดในโลก และลงสู่พื้นโดยปลอดภัยหลังดึงร่มชูชีพไปประมาณ 10 นาทีเป็นอันเสร็จสิ้นภาระกิจ

 

ภาพอธิบายขั้นตอนของภรกิจในครั้ง

red-bull-02

 

หลายคนอาจสงสัยว่าการดิ่งพสุธาจากขอบชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูงเกิดแรงเสียดสีอย่างรุนแรงทำไมเขาถึงไม่ได้รับอันตรายคำตอบคือเพราะ “ชุดควบคุมความดัน” ที่ เขาสวมใส่ในการปฏิบัติภารกิจ โดยชุดควบคุมความดันประกอบไปด้วยอุปกรณ์ดังต่อไปนี้

ชุดป้องกันถูกออกแบบมาอย่างดี

red-bull-01

image_felix_large

 

รายละเอียดของชุด

1. หมวกนิรภัยที่ติดตั้งกระจกนิรภัยฉาบด้วยวัสดุป้องกันความร้อนแสงอาทิตย์

2. ร่มชูชีพหลัก และสำรอง ติดที่ด้านหลัง

3. หน้าอกมีกระเป๋าอุปกรณ์เครื่อง GPS (สำหรับระบุพิกัด) เครื่อง IMU (เป็นอุปกรณ์สำหรับตรวจวัดความเร็ว ตรวจสอบระนาบว่าหงาย พลิก คว่ำ เงย และแรงดึงดูด)

4. ข้างลำตัวด้านขวาเป็นสายกระตุกร่มชูชีพหลัก ส่วนด้านซ้ายเป็นร่มสำรอง

 

Felix_Baumgartner_wearing_Zenith_560

 

5. แขนซ้ายเป็นอุปกรณ์วัดความสูง (Altimeter)

6. แขนขวาเป็นระบบควบคุมความดัน

7. ต้นขาสองข้างติดกล้องความละเอียดสูง

8. ภายในชุดมีสี่ชั้นประกอบด้วย

– ชั้นในสุดเป็นเส้นใยอ่อนนุ่มเพื่อให้สวมใส่สบาย

– ชั้นต่อมาเป็นชั้นก๊าซ

– ชั้นต่อมาเป็ชั้นตะข่ายป้องกันการฉึกขาด

– ชั้นนอกสุดคือชั้นกันไฟและฉนวนความร้อน

 

Felix-Baumgartner-2

 

ภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในครั้งนี้

เฟส 1

ปล่อยบอลลูนฮีเลียมที่มี เฟลิกซ์ โบมการ์ทเนอร์ อยู่ในแคปซูนขึ้นสู่อวกาศ

624160eff_2

 

เฟส 2

หลังจากลอยมากว่า 3 ชั่วโมงบอลลูนจะเริ่มเข้าสู่เขตอวกาศ

 

เฟส 3

เฟลิกซ์ โบมการ์ทเนอร์ เปิดแคปซูนแล้วกระโดดออกมา

Red-Bull-Stratos-Felix-Baumgartner-And-Capsule-High-Altitude-Salute

 

IMG_0495

 

Felix-Baumgartner

 

เฟส 4

เมื่อความเร็วทะลุความเร็วเสียง ระบบค้ำจุลชีวิตจะเริ่มทำงานทั้งระบบควบคุมออกซิเจน และควบคุมความดัน

More-than-eight-million-people-flocked-to-their-devices-to-watch-Felix-Baumgartner-break-the-speed-of-sound-live-on-YouTube

 

เฟส 5

เมื่อดิ่งลงมาแบบอิสระนานประมาณ 6 นาที แรงต้านทานอากาศจะเริ่มชลอความเร็วในการดิ่งลงมา

405533

 

Felix_Baumgartner-660x350

 

เฟส 6

ดึงร่มชูชีพ

9

 

เฟส 7

หลังดึงร่มชูชีพไปประมาณ 10 นาที กลับลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย

felix-baumgartner-highest-skydive-landing-wave

 

เฟส 8

บอลลูน และแคปซูลลงสู่พื้น เป็นอันเสร็จสิ้นภาระกิจ

 

ซึ่งภารกิจนี้ทางค่าย Redbull ได้ทุ่มงบประมาณไปกว่า 40 ล้านยูโร และภารกิจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อความสนุกสนานแต่เพียงอย่างเดียวโดย เฟลิกซ์ โบมการ์ทเนอร์ ได้กล่าวไว้ว่า “ปฏิบัติการนี้ไม่ใช่แค่การเสี่ยงตายทำลายสถิติเดิมเท่านั้น

56a8438ac36188f12d8b4579

 

แต่ยังมีเป้าหมายคือเพื่อรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อมาตรการกู้ชีวิตมนุษย์อวกาศและนักบิน และอาจรวมถึงนักท่องเที่ยวอวกาศต่อไปในอนาคต และเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่ามนุษย์สามารถทะลุความเร็วเหนือเสียงที่ชั้นสตราโทสเฟียร์และกลับสู่โลกได้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระเบียบปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ระดับขอบอวกาศ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีระเบียบดังกล่าว”

IMG_0495

 

นี่คือคลิปเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในครั้งนี้

 

เครดิต redbullstratos.com