20 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “ดวงตา” กับความอัศจรรย์ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้

ดวงตาอวัยวะสำคัญที่ช่วยในการมองเห็น แต่รู้กันหรือเปล่าว่าดวงตานั้นมีความลึกลับซับซ้อนมากมาย และวันนี้เราได้รวบรวมเรื่องที่คุณอาจจะไม่เคยรู้เกี่ยวกับดวงตามาฝากกัน เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าเรากะพริบตาวันละกี่ครั้ง แล้วทำไมคนอายุมากถึงต้องใส่แว่นอ่านหนังสือ คำถามเหล่านี้มีคำตอบให้คุณแล้ว ไปดูกันเลย

 

#1 ตาของเราเปลี่ยนสีได้

สีของดวงตาของเรานั้นจริงๆ แล้วก็คือของเหลวที่อยู่ในตา ดังนั้นสีตาของเราอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะคนที่มีตาสีเขียวหรือสีฟ้านั้นจะเห็นได้ชัดเจนที่สุด โดยการเปลี่ยนของสีตานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในร่างกาย แต่เป็นสภาพของแสงต่างหากล่ะ ฉะนั้นอย่าแปลกใจถ้าเกิดอยู่ดีๆ คุณจะเห็นคนที่มีสีตาอ่อนๆ ดูเปลี่ยนไป

 

#2 คนที่มีตาสีฟ้ามีบรรพบุรุษคนเดียวกัน

อาจจะดูแปลกไปเสียหน่อย แต่ว่ามนุษย์ที่มีตาสีฟ้าคนแรกบนโลกนั้นได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงระหว่าง 6,000-10,000 ปีที่แล้ว แต่หลังจากนั้นก็แทบจะเป็นคนที่มีตาสีน้ำตาลทั้งนั้น ดังนั้นรู้ไว้เลยว่า คนที่มีตาสีฟ้าก็เป็นพี่น้องร่วมบรรพบุรุษกันทั้งนั้นเลยล่ะ

 

#3 ตาของเราประกอบด้วยเซลล์กว่า 107 ล้านเซลล์ และเซลล์ทั้งหมดไวต่อแสง

เซลล์ที่อยู่ในตาของเราทั้งหมด 107 ล้านเซลล์นั้น แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 7 ล้านเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการบอกรายละเอียดของสีสันต่างๆ และอีก 100 ล้านเซลล์นั้นแยกแยะความแตกแต่งระหว่างสีดำกับสีขาว ดังนั้นเชื่อได้เลยว่าภาพสีที่คุณเห็นตรงกับสีสันจริงๆ น้อยกว่า 1 ใน 10 เสียอีก

 

#4 20/20 คือคนสายตาปกติ

สงสัยใช่ไหมล่ะว่า 20/20 คืออะไร นั่นก็คือระยะที่จักษุแพทย์จัดว่าคนเราที่มีสายตาปกติสามารถอ่านชาร์ตตัวอักษรได้ชัดเจนในระยะ 20 ฟุต หากน้อย หรือมากกว่านี้ นั่นแปลว่าคุณมีปัญหาสายตาแล้วล่ะ

 

#5 ถึงแม้ว่าคุณจะมองเห็นภาพกลับด้าน แต่สมองของคุณก็จะแก้ไขให้คุณเห็นภาพที่ถูกต้องได้

หลายๆ คนต้องเคยก้มหัวลงแล้วเห็นภาพตีลังกาไปหมดใช่ไหม แต่ไม่นานเราก็ชินกับมัน นั่นก็เป็นเพราะว่าเมื่อเราเห็นภาพที่กลับด้านจากที่เป็นจริง แต่สมองของเราก็จะปรับให้คุณเคยชินกับสิ่งที่เห็น รวมทั้งในสมองของคุณก็จะไม่ได้เห็นภาพที่กลับด้านอีกด้วย

 

#6 คนเรากะพริบตา 17 ครั้งต่อนาที 14,280 ครั้งต่อวัน และ 5.2 ล้านครั้งต่อปี

การกะพริบตาเป็นกลไกร่างกายที่เกิดขึ้นอัตโนมัติไม่ว่าเราจะทำอะไรอยู่ก็ตาม และจะกะพริบมากขึ้นในขณะที่คุณกำลังพูดอีกด้วย

 

#7 การกะพริบตาเป็นสิ่งที่รวดเร็วที่สุดในร่างกาย

การกะพริบตาของคนเรากินเวลาเพียง 100-150 มิลลิวินาที ซึ่งถ้าเทียบแล้วภายใน 1 วินาทีคนเราสามารถกะพริบตาได้ถึง 5 ครั้งเลยทีเดียว

 

#8 คนส่วนใหญ่ต้องใช้แว่นตาอ่านหนังสือเมื่ออายุมากขึ้น

กว่า 99% ของประชากรทั้งโลก เมื่อมีอายุมากขึ้นจำเป็นต้องพึ่งพาแว่นตา โดยคนเราจะเริ่มใช้แว่นตาสำหรับอ่านหนังสือในช่วงอายุประมาณ 43 – 50 ปีขึ้นไป นั่นก็เป็นสาเหตุมาจากดวงตาของเราเริ่มโฟกัสภาพได้ช้าลงนั่นเอง

 

#9 เลนส์ตาของเรามีความเร็วกกว่าเลนส์กล้องทุกตัวบนโลก

เมื่อเทียบกับเลนส์ของกล้องถ่ายรูปแล้วดวงตาของเราจะมีการปรับโฟกัสที่เร็วมากกว่าเลนส์ของกล้อง ดวงตาของคนเราสามารถปรับโฟกัสได้ทันทีที่อยู่ในสถานที่ที่สภาพแสงเปลี่ยนไป ต่างจากกล้องที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 วินาทีในการปรับโฟกัส

 

#10 ทุกคนหนีไม่พ้นโรคต้อกระจกเมื่อแก่ตัวลง

ต้อกระจกที่หลาย ๆ คนหวาดกลัว จริงๆ แล้วก็เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้นเช่นเดียวกับการเกิดผมหงอกนี่ล่ะ ดังนั้นจึงเป็นได้ทุกคน โดยส่วนใหญ่ต้อกระจกจะเกิดกับคนที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป

 

#11 เรามองเห็นด้วยสมองไม่ใช่ดวงตา

ได้ยินแบบนี้แล้วอาจจะแปลกใจ แต่นี่คือความจริง เพราะสมองเป็นศูนย์กลางในการควบคุมการมองเห็นอย่างแท้จริง อาการตามัวหรือการมองไม่ชัดในหลายๆ ครั้งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากดวงตาหรอก แต่เกิดจากความผิดปกติของสมองในส่วนควบคุมการมองเห็นต่างหาก

 

#12 ดวงตารักษาตัวเองได้เร็ว

ร่างกายของเรามีกลไกในการซ่อมแซมตนเอง โดยเฉพาะดวงตา หากเกิดรอยขีดข่วนบนดวงตา ดวงตาของเราจะใช้เวลาเพียง 48 ชั่วโมงในการซ่อมแซมจนเป็นปกติ

 

#13 โรคเบาหวานมักจะตรวจพบได้ง่ายจากการตรวจตา

คนที่เป็นโรคเบาหวานในประเภทที่ 2 ส่วนใหญ่มักจะมีอาการของเบาหวานขึ้นตา โดยเมื่อทำการตรวจตาผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานจะพบจุดเลือด? เล็ก ๆ ที่เกิดจากการร่วมของเส้นเลือดด้านหลังดวงตา

 

#14 การกะพริบตาเป็นกลไกของดวงตาที่สำคัญ

การกะพริบตาเป็นกลไกที่สำคัญของร่างกายเพราะจะช่วยให้เศษฝุ่นต่างๆ ที่ติดในตานั้นหลุดออกไปด้วยการกระจายน้ำตาในดวงตา

 

#15 ทารกไม่มีน้ำตา

เด็กทารกมักจะร้องไห้บ่อย แต่สังเกตดูสิว่าเวลาที่เด็กทารกร้องไห้จะไม่มีน้ำตาเลย นั่นก็เป็นเพราะว่าดวงตาจะเริ่มผลิตน้ำตาครั้งแรกหลังจากแรกเกิด 4 – 13 สัปดาห์

 

#16 น้ำหนักของดวงตาแต่ละข้าง

โดยเฉลี่ยแล้วดวงตาของเรามีเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ 1 นิ้ว และมีน้ำหนักอยู่ราว ๆ 0.25 ออนซ์ (7.08 กรัม)

 

#17 โรคตา 2 สี (Heterochromia) เกิดขึ้นได้

การมีตา 2 สี ไม่ใช่เรื่องปกตินะ แต่เป็นโรคชนิดหนึ่งอาจจะเกิดจากพันธุกรรม โดยโรคนี้แบ่งออกเป็น 2 แบบคือ แบบที่ตาทั้ง 2 ข้างมีสีต่างกัน หรือ แบบที่ดวงตา 1 ข้าง มีสีตา 2 สีอย่างละครึ่ง ก็ได้ แต่ก็ไม่ใช่โรคอันตรายร้ายแรงอะไรเพียงแต่จะแค่มีสีตาต่างกันนั่นเอง

 

#18 กล้ามเนื้อตาทำงานมากกว่ากล้ามเนื้อส่วนอื่นของร่างกายซะอีก

ในบรรดากล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในร่างกาย กล้ามเนื้อดวงตาเป็นกลุ่มกล้ามเนื้อที่มีการทำงานมากที่สุด เพราะต้องคอยควบคุมการเคลื่อนที่ของดวงตาอยู่ทุกขณะ และทำอย่างรวดเร็วเสียด้วย

 

#19 ดวงตามีส่วนประกอบมากกว่า 2 ล้านส่วน

ขอบอกเลยว่าดวงตาที่เราเห็นว่าเล็กๆ นี้ ถูกสร้างขึ้นมาจากส่วนประกอบมากกว่า 2 ล้านส่วนเลยล่ะ ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมดวงตาของเราถึงทำได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ เลย

 

#20 ดวงตาของฉลามเหมือนกับคนมาก

ฉลามเป็นสัตว์ที่มีกระจกตาคล้ายกับของคนมากที่สุด ทำให้ในการผ่าตัดดวงตาบางครั้งก็ใช้กระจกตาของฉลามเข้ามาทดแทนกระจกตาของคน

 

 

เครดิตข้อมูล kapook.com | list25.com