8 ความรู้แปลกๆ ในอดีต ที่กว่าคนจะรู้ว่ามันไม่จริงก็ผ่านไปเป็น 100 ปี

ก่อนที่เราจะมีความรู้ที่ถูกต้องตามหลักการในปัจจุบัน จะต้องใช้เวลาในการศึกษาและขจัดความเชื่อเดิมๆ ออกไปให้หมด และความเชื่อเรื่องเพศเองก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่กว่าจะเข้าใจและยอมรับได้ ต้องผ่านอะไรมาเยอะมากๆ และในอดีตก็มีความเชื่อแปลกๆ เกินกว่าจินตนาการของคนในยุคปัจจุบันจะเข้าใจได้หลายเรื่อง ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านกันเลย

 

#1

เมื่อนานมาแล้ว หลายวัฒนธรรมต่างเชื่อว่าผู้หญิง มีโอกาสจะถูกสาบให้เป็นกลีบเขมือบ

ตำนานอันแปลกประหลาดเกี่ยวกับเขี้ยวฟันแหลมคมในโยนี ก่อเกิดขึ้นตามรากฐานของวัฒนธรรมท้องถิ่นตั้งแต่ชิลี แอฟริกาใต้ ญี่ปุ่น และกรีซ บางตำนานก็บอกว่าเป็นคำสาป บางตำนานก็บอกว่าเป็นพรจากพระเจ้าบ้าง

 

#2

นักวิทย์เคยเชื่อว่าในสเปิร์มจะมีมนุษย์ตัวจิ๋วอยู่

ในช่วงศตวรรษที่ 17 และ 18 นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งเคยเชื่อในทฤษฎีพรีฟอร์เมชัน ที่มีคนตัวขนาดเล็กมากๆ อยู่ในไข่และสเปิร์ม แถมยังมีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นของตัวเองด้วยแหละ

 

#3

การช่วยตัวเองคือสาเหตุที่ทำให้เกิดความเจ็บป่วยที่อธิบายไม่ได้

แพทย์ในศตวรรษที่ 18 ยกให้กรเจ็บป่วยที่อธิบายไม่ได้เป็นความผิดของ ‘การช่วยตัวเอง’ เช่น อาการตาบอด ลมบ้าหมู เป็นลมล้มชัก สูญเสียความทรงจำ รวมไปถึงกระตุ้นการเติบโตอย่างรวดเร็วในเด็ก

 

#4

ช่วยตัวเองมากๆ แล้ว หน้าอกจะไม่โต

ปี 1875 Dr. John Cowan ได้เขียนหนังสือกล่าวถึงผู้หญิงที่ช่วยตัวเองเป็นประจำ จะก่อให้เกิดปัญหาทางด้านพัฒนาการของร่างกาย ซึ่งส่วนที่เป็นผลข้างเคียงก็คือพัฒนาการของหน้าอก

 

#5

ซีเรียลอาหารเช้า ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้คนต้านอาการช่วยตัวเอง

John Harvey Kellogg คือหนึ่งในกลุ่มนักเคลื่อนไหวต่อต้านการช่วยตัวเอง ถึงกับขนาดเขียนหนังสือกล่าวถึงโทษร้ายแรงทั้ง 39 แบบที่จะเกิดกับร่างกายจากการช่วยตัวเอง

สำหรับเขาแล้ว เชื่อว่าอาหารจำพวกเนื้อก่อให้เกิดความต้องการทางเพศ ในขณะที่อาหารจำพวกซีเรียลจะช่วยลดความกดดัน สรุปเอาเองว่านี่แหละจะเป็นทางออกที่ดี ก็เลยคิดค้นซีเรียลออกมาขายหลายรูปแบบ

 

#6

ฮิสทีเรีย ไม่ได้เป็นอาการทางจิต แต่เป็นเพราะมดลูกอยู่ผิดที่ในร่างกายต่างหาก

ด้วยความเชื่อที่มีมาก่อนตั้งแต่ยุคแพทย์ชาวกรีกโบราณ อาการฮิสทีเรียแบบนี้จะสามารถกำจัดออกไปได้ด้วยการดมเกลือหอม (คล้ายกับยาดม) และพลังแห่งเกลือจะช่วยทำให้มดลูกกลับไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องนั่นเอง

 

#7

เริ่มการหาหนทางรักษาอาการ ฮิสทีเรีย หนึ่งในนั้นนำไปสู่การกำเนิด ‘ไข่สั่น’

เหล่าแพทย์ในศตวรรษที่ 19 พบว่าการนวดอวัยวะเพศของผู้ป่วยหญิงที่มีอาการได้ผลดีมาก แต่จะใช้มือของหมอช่วยรักษาตลอดไปก็คงเป็นไปไม่ได้ มีการใช้เครื่องทุ่นแรงเข้ามาเสริมจนกำเนิดเป็นเครื่องสั่นด้วยระบบไฟฟ้าตัวแรก

 

#8

ผู้หญิงไม่ควรทำงานในอุตสาหกรรมอาหารขณะมีประจำเดือนเพราะเลือดของพวกเธอเป็นพิษ

ในปี 1919 ดร. เบล่า ชิค นำเสนอแนวคิดว่าในเลือดประจำเดือนมีสารพิษจำพวกเมโนท็อกซิน ด้วยเหตุผลนี้หมอเชื่อว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนไม่ควรทำงานกับแป้งขนมปัง เบียร์ ไวน์ หรือแม้แต่จัดการกับดอกไม้เพราะสารพิษจะทำลายผลิตภัณฑ์เหล่านี้นั่นเอง

 

เครดิต buzzfeed.com