ในทุกๆ ปี เราจะได้เห็นการจัดอันดับ บุคคลที่รวยที่สุดในโลก ตามการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes กัน ซึ่งในปี 2016 นี้ Forbes จัดให้ บิล เกตส์ (Bill Gates) เจ้าของบริษัทซอฟแวร์ยักษ์ใหญ่ของโลก ครองอันดับ 1 ที่มีทรัพย์สินทั้งหมด 75,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท) แต่สำหรับบทความนี้เราจะไปดูความรวยของคนในอดีตที่เราไม่สามารถจินตนาการไปถึง นี่คือ 10 อันดับ บุคคลที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

 

อันดับ 10

คอร์เนเลียส แวนเดอร์บิลท์ (Cornelius Vanderbilt)

ธุรกิจขนส่ง, รางรถไฟ
ทรัพย์สินรวม 5.48 ล้านล้านบาท / ยุคปี : 1794-1877

10-2

 

คอร์เนเลียส แวนเดอร์บิลท์ เกิดที่นิวยอร์ค สหรัฐฯ ลาออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุได้ 11 ปี มาเริ่มกิจการเรือข้ามฟากที่อ่าวนิวยอร์คตั้งแต่อายุ 16 ด้วยเงินทุนตั้งต้นราวๆ 3,000 บาทที่ขอยืมมาจากผู้เป็นแม่ กิจการของเขาก็เจริญเติบโตเรื่อยมาจนสามารถพัฒนาไปมีเรือไอน้ำ และกลายเป็นธุรกิจขนส่งทางเรือ เหลือเงินไปลงทุนทำรางรถไฟที่ยิ่งทำเงินให้เขาได้มากขึ้นไปอีก

10-1

 

คอร์เนเลียส แวนเดอร์บิลท์ เริ่มต้นกิจการทางรถไฟด้วยการลงทุนซื้อหุ้นทางรถไฟข้ามตอนตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาและแคนาดา จนกระทั่งในปี 1877 เขาก็เสียชีวิตลงด้วยวัย 82 ปี ทิ้งมรดกก้อนมหึมา รวมทั้งมหาวิทยาลัยที่ตั้งชื่อตามชื่อของเขาเอง หลงเหลือทายาทที่ยังคงสืบเชื้อสายของเขาอยู่จนถึงปัจจุบันคือ Anderson Cooper พิธีกรรายการทีวีของสหรัฐฯนั่นเอง

 

อันดับ 9

เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford)

ธุรกิจยานยนต์
ทรัพย์สินรวม 5.89 ล้านล้านบาท / ยุคปี : 1863-1947

9-1

 

เฮนรี ฟอร์ด บิดาผู้ให้กำเนิดยี่ห้อรถยนต์ชื่อดัง แม้เขาจะไม่ได้เป็นผู้ผลิตรถยนต์คันแรกของโลก แต่เขาก็เป็นบุคคลที่ทำให้รถยนต์กลายเป็นสินค้าสำหรับผู้บริโภคโดยทั่วไปได้

ฟอร์ด เริ่มต้นกิจการยานยนต์ตั้งแต่ปี 1903 และส่งต่ออำนาจการบริหารและความสำเร็จให้ทายาทในตระกูลเรื่อยมา ปัจจุบัน วิลเลียม เคลย์ ฟอร์ด จูเนียร์ เหลนของเฮนรี ก็รับหน้าที่เป็นประธานของบริษัทฟอร์ดมอเตอร์ (Ford Motor Company.)

9-2

 

อันดับ 8

มูอัมมาร์ กัดดาฟี (Moammar Gadhafi)

ค้าขายน้ำมัน
ทรัพย์สินรวม 5.92 ล้านล้านบาท / ยุคปี : 1942-2011

8-2

 

ชายผู้เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติทั้งในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือก็ยังคงครองสถิติความร่ำรวยอยู่จนถึงทุกวันนี้ มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำเผด็จการของประเทศลิเบียตลอด 4 ทศวรรต ใช้อำนาจของเขาควบคุมแหล่งน้ำมันที่มีอยู่มากมายในประเทศตัวเอง

มีข่าวว่า มูอัมมาร์ กัดดาฟี สามารถใช้เงินได้ตามอำเภอใจ โดยเขาได้เอามันไปลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจต่างๆทั่วโลก ตลอดจนวินาทีที่เขาถูกจับและสังหาร กัดดาฟี ก็เป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลก

8-3

 

อันดับ 7

พระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ (William the Conqueror)

ราชวงศ์กษัตริย์
ทรัพย์สินรวม 6.8 ล้านล้านบาท / ยุคปี : 1027-1087

7-2

 

พระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ ผู้ทรงสืบเชื้อสายจากชาวไวกิ้ง เป็นที่รู้จักในฐานะผู้พิชิตแผ่นดินอังกฤษในสมัยปี ค.ศ. 1066 ในฐานะดยุกแห่งนอร์มังดี พระเจ้าวิลเลียมนำกองทัพชาวนอร์มันและทหารฝรั่งเศสเข้าโจมตีอังกฤษ 10 สัปดาห์ต่อมา พระองค์ก็ทรงได้รับชัยชนะและสถาปนาตัวพระองค์เองขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษ นำไปสู่พระราชอำนาจและทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล

7-3

 

อันดับ 6

ออสมัน อาลี ข่าน (Osman Ali Khan)

ราชวงศ์กษัตริย์
ทรัพย์สินรวม 6.81 ล้านล้านบาท / ยุคปี : 1886-1967

6-2

 

ออสมัน อาลี ข่าน (Mir Osman Ali Khan) นิซาม (ผู้ปกครอง) แห่งรัฐไฮเดอราบาดพระองค์สุดท้ายก่อนถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินเดีย มีรายงานว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้าของรถสุดหรูยี่ห้อ Rolls-Royce ถึงกว่า 50 คัน ทรงใช้เพชรจาค็อบ โคตรเพชรก้อนโตอันดับ 7 ของโลกเป็นที่ทับกระดาษ ครองสถิติบุคคลผู้มั่งคั่งที่สุดในโลกจนกระทั่งราชวงศ์ของพระองค์ถูกโค่นอำนาจลงจากการรุกรานกรุงไฮเดอราบาดเมื่อปี 1947 หลังจากนั้น 20 ปี พระองค์ก็เสด็จสวรรคต

6-1

 

อันดับ 5

ซาร์นีโคไลที่ 2 แห่งรัสเซีย (Nikolai Alexandrovich Romanov)

ราชวงศ์กษัตริย์
ทรัพย์สินรวม 8.88 ล้านล้านบาท / ยุคปี : 1868-1918

5-2

 

ซาร์นีโคไลที่ 2 จักรพรรดิองค์สุดท้ายของรัสเซีย ผู้มักถูกมองว่านำพาประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ให้ตกลงสู่ความล่มจมทางเศรษฐกิจและอำนาจทางการทหาร พระองค์ถูกบังคับให้สละราชสมบัติในปี 1917 โดยหวังว่าจะลี้ภัยไปประเทศอังกฤษแต่ก็ถูกปฏิเสธ จนกระทั่งปี 1918 พระเจ้าซาร์นีโคไลที่ 2 กับราชวงศ์ของพระองค์ก็ถูกคณะปฏิวัติบอลเชวิกปลงพระชนม์ในที่สุด

5-1

 

อันดับ 4

แอนดรูว์ คาร์เนกี (Andrew Carnegie)

อุตสาหกรรมเหล็ก
ทรัพย์สินรวม 9.18 ล้านล้านบาท / ยุคปี : 1835-1919

4-2

 

แอนดรูว์ คาร์เนกี หนึ่งในผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จที่สุดของสหรัฐฯ อันที่จริงเขาเป็นชาวสก็อตแลนด์ เกิดเมื่อปี 1835 และย้ายมาแผ่นดินอเมริกาเพื่อทำงานเป็นคนงานโรงเหล็ก

พอปี 1892 เขาก็เปิดบริษัทคาร์เนกีสตีลคอมพานีที่พิตซ์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ที่เติบโตขยายกิจการเรื่อยมาจนกระทั่งขายกิจการไปรวมกับบริษัทเหล็กยักษ์ใหญ่ ยู.เอส. สตีล เมื่อปี 1901 ที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่จนถึงทุกวันนี้ คาร์เนกีกลายเป็นนักสังคมสงเคราะห์ผู้ใจบุญ บริจาคทรัพย์สินให้โรงเรียน, ห้องสมุด, มหาวิทยาลัยต่างๆมากมายจนกระทั่งเสียชีวิตลงด้วยวัย 83 ปี

4-1

 

อันดับ 3

จอห์น ดี ร็อกกี้เฟลเลอร์ (John D. Rockefeller)

ธุรกิจน้ำมัน
ทรัพย์สินรวม 10 ล้านล้านบาท / ยุคปี : 1839-1937

3-1

 

จอห์น ดี ร็อกกี้เฟลเลอร์ นักธุรกิจผู้ให้กำเนิดยุคแห่งความมั่งคั่งครั้งใหม่ในประวัติศาสตร์ชาติสหรัฐฯ เขาเกือบจะครอบครองธุรกิจน้ำมันทั้งหมดในช่วงยุคศตวรรษที่ 19 ก่อตั้งกิจการน้ำมันสแตนดาร์ดออยล์ในปี 1870 ในช่วงเวลาที่ทั้งโลกกำลังต้องการพลังงานจากน้ำมัน

เขารวยจนถึงขนาดสามารถทิ้งกิจการลาออกไปใช้เวลาตลอด 40 ปีที่เหลือในชีวิตแบบสบายๆ แถมยังบริจาคทรัพย์สินจำนวนมหาศาลให้กับโรงเรียน, สนับสนุนงานวิจัยทางการแพทย์ รวมทั้งมหาวิทยาลัยชิคาโกด้วย

3-2

 

อันดับ 2

ตระกูลรอธส์ไชลด์ (Rothschild)

ธุรกิจธนาคาร
ทรัพย์สินรวม 10.3 ล้านล้านบาท

2-1

 

รอธส์ไชลด์ เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยอาณาจักรการธนาคารของตระกูลที่มีมูลค่ารวมสูงสุดถึง 10.3 ล้านล้านบาท แม้ปัจจุบันจะมีเชื้อสายของผู้ที่มั่งคั่งติดอันดับคนอื่นๆ แต่รอธส์ไชลด์ก็ยังคงครองสถานะตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกไว้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 19 ที่ว่ากันว่าปริมาณทรัพย์สินของตระกูลนี้มีมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของทั้งโลก

ครอบครัวชาวเยอรมัน-ยิวตระกูลนี้ก่อตั้งธุรกิจธนาคารและการเงินในทวีปยุโรปมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 และครองความยิ่งใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน คาดกันว่าทรัพย์สินของพวกเขาในรูปแบบต่างๆ มีมูลค่ารวมกันสูงเกินกว่า 29 ล้านล้านบาทเข้าไปแล้ว

 

อันดับ 1

แมนซา มูซา (Mansa Musa)

ราชวงศ์กษัตริย์
ทรัพย์สินรวม 11.8 ล้านล้านบาท / ยุคปี : 1280-1337

1-2

 

สุดยอดบุคคลที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติลาจากโลกนี้ไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 700 ปีก่อน และคุณก็อาจจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้ แต่ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนที่สามารถครองความมั่งคั่งได้มากไปกว่าที่ แมนซา มูซา กษัตริย์แห่งจักรวรรดิมาลีเคยทำได้

แมนซา มูซาเป็นที่รู้จักในฐานะ “กษัตริย์ของเหล่ากษัตริย์” ผู้ปกครองดินแดนส่วนที่ปัจจุบันคือประเทศกานาและมาลี ความร่ำรวยของพระองค์นั้นมาจากความมั่งคั่งทางแร่ทองคำและเกลือที่ค้าขายไปไกลกว่าครึ่งโลก นอกจากนั้นมหาสุเหร่าที่กษัตริย์ แมนซา มูซาสร้างยังคงตั้งตระหง่านอยู่จนถึงทุกวันนี้

42532745a46299f23617da7469d2b44d

 

askia-muhammed-toure

 

aaooig

 

 

เครดิตข้อมูล teen.mthai.com