แม้ว่า “คุกอัลคาทราซ” จะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน (อดีต) คุกที่มีความปลอดภัยที่สุดในโลก ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเกาะกลางทะเล พร้อมระบบการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม แถมยังใกล้ยามฝั่ง (ตำรวจน้ำ) จึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีนักโทษคนไหนสามารถเอาชีวิตรอดจากการแหกคุกที่นี่แล้วว่ายน้ำไปยังฝั่งได้เลย

 

แต่ถึงจะหนาแน่นรัดกุมขนาดไหน ก็ต้องมีเหล่านักโทษผู้กล้าที่ต้องการแหกคุกเพื่อความเป็นอิสระอยู่ดี โดย “คุกอัลคาทราซ” เคยมีนักโทษพยายามแหกคุกมาแล้วทั้งสิ้น 14 ครั้ง ตลอด 29 ปี ทีเปิดทำการ แต่ไม่มีใครเลยที่หนีรอดไปได้ ยกเว้นนักโทษกลุ่มนี้! เรื่องราวจะเป็นอย่างไรไปอ่านพร้อมกันเลย

 

“คุกอัลคาทราซ” แห่งนี้โด่งดังไปทั่วโลกจากหนังเรื่อง The Rock ยึดนรกป้อมทมิฬ (1996)

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 1962

ข่าวนักโทษแหกคุกอัลคาทราซถูกตีพิมพ์ในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับของสหรัฐอเมริกา เรื่องราวของนักโทษกลุ่มแรกที่สามารถแหกคุกที่ปลอดภัยที่สุดในสมัยนั้นได้สำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ นักโทษที่แหกคุกในครั้งนี้มี 4 คน

#1 แฟรงค์ มอร์ริส

#2 จอห์น แองกลิน

#3 คลาเรนซ์ แองกลิน

#4 อัลเลน เวสต์

 

* สามคนแรกสามารถหลบหนีไปได้ ส่วนอัลเลน เวสต์ ไม่สามารถหนีไปได้ และต่อมาได้ให้ข้อมูลกับเอฟบีไอถึงแผนการแหกคุกในครั้งนี้

 

ไล่จากซ้ายไปขวา – แฟรงค์ มอร์ริส, จอห์น แองกลิน, คลาเรนซ์ แองกลิน

 

คนคิดแผนการหลบหนีทั้งหมดคือ “แฟรงค์ มอร์ริส”

ซึ่งใช้เวลาการลงมือนานถึง 6 เดือน เขาเป็นหนึ่งในนักโทษที่ฉลาดที่สุดในกลุ่มถูกจับในข้อหาปล้นธนาคาร เขาพบว่าช่องระบายอากาศของห้องขังนั้นสามารถขุดให้ช่องระบายอากาศใหญ่ขึ้นได้

 

แฟรงค์ มอร์ริสจึงใช้ ช้อนและเศษใบเลื่อยที่หักจากชั่วโมงฝึกอาชีพ มาใช้ขุดในเวลากลางคืนโดยอาศัยการ “เป่าหีบเพลง” เพื่อกลบเสียงในระหว่างเจาะช่องระบายอากาศ

 

ไม่นานพวกเขาก็พบท่อระบายอากาศที่เป็นทางออกสู่ดาดฟ้าของตึกโดยมีตะแกรงปิดอยู่ นักโทษกลุ่มนี้จึงใช้เวลากลางดึกในการตัดหมุดที่ยึดตะแกรงนี้ พวกเขาใช้เวลานานหลายสัปดาห์จนกระทั่งสามารถจัดการกับหมุดยึดตะแกรงนี้ได้ทำให้มันเปิดออกได้

 

ออกจากคุกได้แล้วจะข้ามทะเลอย่างไร?

พวกเขาได้วางแผนสำหรับหนีมาอย่างดี เพราะได้ทำการขโมยเสื้อกันฝนจากห้องอุปกรณ์และห้องขังอื่นๆมากว่า 50 ตัว เพื่อสร้างเรือขนาดเล็กที่พับได้สำหรับการเอาชีวิตรอดกลางทะเลหลังหลบหนีออกจากอาคารเป็นที่เรียบร้อย

 

และที่แสบที่สุดคือพวกเขาได้สร้างหัวจำลองขึ้นจากเศษกระดาษชำระและกระดาษแข็ง ตกแต่งด้วยสีจากงานซ่อมบำรุง เศษผมจากโรงตัดผมในเรือนจำนำ ตกแต่งให้คล้ายกับหัวคนนำมาวางไว้ในห้องขังก่อนคลุมด้วยผ้าห่มเพื่อหลอกผู้คุมในระหว่างหลบหนีซึ่งมันก็ได้ผลดีเกิดคาดด้วย

 

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วนักโทษกลุ่มนี้เริ่มลงมือในคืนวันที่ 11 มิถุนายน 1962

หลังจากได้เตรียมการไว้หมดทุกอย่างแล้วพวกเขาก็ได้เริ่มแผนการทันที แต่อัลเลน เวสต์นักโทษที่ร่วมวางแผนและสร้างอุปกรณ์ต่างๆ นั้นพบปัญหาระหว่างการมุดลอดช่องระบายอากาศในห้องของตัวเอง ซึ่งกว่าจะผ่านออกมาได้เพื่อนนักโทษกลุ่มนี้ก็เผ่นไปไกลแล้ว

 

 

เขาจึงถูกทิ้งเอาไว้ที่ดาดฟ้าของอาคารและกลับไปยังห้องขังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นักโทษทั้งสามคนหายไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนนั้น กว่าผู้คุมจะรู้ตัวก็เช้าวันที่ถัดมา

 

การสืบสวนของ FBI

เอฟบีไอ พบหลักฐานเป็นชิ้นส่วนและแพที่ทำจากเสื้อกันฝนบริเวณเกาะแองเจิลที่อยู่ใกล้เคียงในอีกหลายวันถัดมาแต่ก็ไม่มีวี่แววของนักโทษทั้ง 3 คน และเอฟบีไอยังคงทำการสืบหาเบาะแสของนักโทษเหล่านี้ตลอด 17 ปี แต่ก็ไร้ร่องรอย

 

จนกระทั่งในปี 1979 เอฟบีไอก็ปิดคดี โดยระบุว่านักโทษทั้งสามได้เสียชีวิตกลางทะเลที่หนาวเย็นไปแล้ว นับเป็นคดีแหกคุกที่โด่งดังที่สุดคดีหนึ่งของสหรัฐฯ เลยก็ว่าได้ โดยใครหลายคนเชื่อว่านักโทษกลุ่มนี้ยังไม่ตาย แต่สามารถหลบหนีไปได้ และไม่ได้ตายกลางทะเลอย่างที่เอฟบีไอคิด

 

เครดิตข้อมูล SpokeDark.TV