นาซาเผยเมื่อปลายปี 2018 มีอุกกาบาตตกลงมาที่โลก แรงระเบิดมากกว่านิวเคลียร์ 10 เท่า

พวกเราเคยคิดกันไหมว่าหากเกิดเหตุการณ์อุกกาบาตตกลงมาที่โลกเหมือนกับในหนังดังอย่าง Deep Impact (1998) หรือเรื่อง Armageddon (1998) ขึ้นมาจะเป็นอย่างไร? พวกเราจะหนีกันทันไหม? โลกจะจบสิ้นหรือไม่? วันนี้เรามีเรื่องราวอุกกาบาตตกลงมาที่โลกในช่วงปลายปี 2018 มาเล่าให้ฟัง

(ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง Deep Impact 1998)

เรื่องราวที่เราจะนำเสนอในวันนี้คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันที่ 18 ธันวาคม ปี 2018 ในวันนั้นที่เขตแดนระหว่างรัสเซียกับรัฐอลาสก้า ได้มีอุกกาบาตขนาดเท่ารถบัสตกลงมาที่โลก แต่โชคดีที่มันระเบิดเหนือท้องฟ้าด้วยความรุนแรงเทียบเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 173 กิโลตัน หรือมากกว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิม่าราวๆ 10 เท่า

(ภาพการระเบิดในวันที่ 18 ธันวาคม ปี 2018)

เจ้าอุกกาบาตลูกที่ว่านี้ถูกพบโดยนาซาด้วยระบบตรวจจับขีปนาวุธของกองทัพอากาศ แต่เป็นการพบหลังจากที่มันตกลงมาแล้วได้ระเบิดกลางอากาศไปเรียบร้อยแล้ว และคาดกันว่าการระเบิดครั้งนี้จะรุนแรงมากจนมีคลื่นเสียงความถี่ต่ำดังไปทั่วโลกเลย (หูมนุษย์ไม่สามารถได้ยินความถี่ต่ำนี้ได้)

(ภาพจำลองเหตุการณ์อุกกาบาตพุ่งชนโลก)

นาซากล่าวว่า อุกกาบาตที่ตกมานี้หนักราวๆ 1,360 ตัน มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 เมตร และพุ่งด้วยความเร็ว 115,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีรัศมีระเบิดกว้าง 25 กิโลเมตร ซึ่งรุนแรงน้อยกว่าเหตุอุกกาบาตที่เคยตกมาที่โลกในปี 2013 ราวๆ 60%

ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมถึงแทบจะไม่มีใครรู้สึกตัวถึงอุกกาบาตลูกนี้เลย? สำหรับเรื่องนี้ทางนาซาได้บอกว่ามาจากการที่อุกกาบาตที่ตกมาค่อนข้างเล็กแถมยังการระเบิดในชั้นบรรยากาศเหนือทะเลซึ่งห่างไกลผู้คนมากๆ ทำให้ระบบตรวจจับอุกกาบาตบนโลก “ตรวจจับไม่ได้” และแทบจะไม่มีใครรู้

(ภาพจำลองเหตุการณ์อุกกาบาตพุ่งชนโลก)

โดยข่าวของอุกกาบาตนี้ถูกเผยแพร่ออกมาให้โลกทราบในงานการประชุมวิทยาศาสตร์ดวงจันทร์และดาวเคราะห์ในเท็กซัส เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ปี 2019 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ก็ออกมายืนยันว่าผู้คนไม่ต้องกังวลอะไรมากนัก เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้สร้างปัญหาให้กับโลกของเราแต่อย่างใด

(ภาพจำลองเหตุการณ์อุกกาบาตพุ่งชนโลก)

เครดิต bbc