แหวนเพชรที่สวยงามหรูหราเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงหลายคนปรารถนาจะได้มาในวันแต่งงาน มันถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการสาบานว่าจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไปของคู่รักมานานนับศตวรรษ ซึ่งนั่นก็ทำให้แหวนเพชรเป็นสินค้าราคาแพงลิบลิ่วทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมูลค่าของมันอาจไม่ได้สูงมากขนาดนั้น

 

ในพิธีหมั้นสิ่งสำคัญคือสัญลักษณ์ที่จะใช้แทนคำสาบานร่วมกัน ย้อนไปหลายร้อยปีก่อนในการทำพิธีหมั้นหรือเข้าพิธีแต่งงานนั้น ผู้คนไม่ได้ใช้แหวนเพชรเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งสิ่งที่พวกเขาใช้ก็มีหลายอย่างและแน่นอนว่ารวมถึงแหวนด้วย แต่มันไม่มีเพชรประดับประดาอยู่บนนั้นเหมือนในปัจจุบัน

 

De Beers เป็นบริษัทแรกที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับแหวนเพชร และเป็นผู้สร้างค่านิยมความเชื่อเกี่ยวกับการใช้แหวนเพชรในการหมั้นและการแต่งงาน ซึ่งสิ่งที่พวกเขาสร้างมายังคงตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน

 

Edward Jay Epstein นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการอุตสาหกรรมได้อธิบายไว้ในบทสัมภาษณ์บนเว็บไซต์ Power Line ว่า….

 

ในช่วงปี 1800 เพชรถูกจัดเป็นของมีค่าที่หาได้ยากมาก จนกระทั่งมีการค้นพบเหมืองเพชรขนาดใหญ่ใน Kimberley แอฟริกาใต้

 

 

การค้นพบครั้งนี้ทำให้บริษัท De Beers หวาดกลัวว่าความนิยมของเพชรจะตกต่ำลงเนื่องจากมันกำลังจะกลายเป็นสินค้าที่หาได้ไม่ยากอีกต่อไป และราคาก็อาจจะตกต่ำลงไปด้วย

 

ดังนั้นจึงเกิดการร่วมมือระหว่าง De Beers กับผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเพชรอีกหลายบริษัทว่าจะปล่อยเพชรออกมาสู่ท้องตลาดในปริมาณที่น้อยลง

 

พวกเขาทำการสำรวจจำนวนของคู่รักในอเมริกาที่จะแต่งงานกันในปีนั้นๆ จากนั้นจึงจัดจำหน่ายเพชรออกมาให้พอดีกับความต้องการ และเนื่องจาก De Beers ควบคุมสินค้าทั้งหมดในตลาดกว่า 90% จึงทำให้เพชรในท้องตลอดมีราคาพุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ

 

นอกจากนี้การทำการตลาดด้วยการโฆษณาก็ยังช่วยให้แหวนเพชรกลายเป็นสิ่งมีค่าในสายตาของชาวอเมริกัน

De Beers ได้นำเพชรและแหวนเพชรจำนวนมากส่งให้กับบรรดาทีมงานเพื่อใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ โดยเฉพาะภาพยนตร์เกี่ยวกับการโจรกรรมของมีค่าซึ่งสิ่งนั้นก็มักจะเป็นเครื่องเพชรราคาแพง

 

De Beers ยังได้ว่าจ้างดาราสาวชื่อดังอย่าง Marilyn Monroe ให้เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาเครื่องเพชร และร้องเพลงที่มีเนื้อหาว่า “เพชรคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผู้หญิง” เพื่อกระตุ้นให้ผู้หญิงทุกคนรู้สึกว่าเพชรเป็นสิ่งที่พวกเธอควรจะมีไว้ในครอบครอง

 

 

Epstein กล่าวว่า “ในขณะนั้นเพชรกลายเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมีไว้ในครอบครองเป็นลำดับที่สอง ซึ่งลำดับแรกก็คือโทรทัศน์”

Ira Weissman ผู้เชี่ยวชาญด้านเพชรได้เขียนไว้ในหนังสือพิมพ์ Huffington Post ปี 2012 ว่า “เพชรไม่ใช่การลงทุน แต่มันคือสินค้าขายปลีกทั่วๆ ไปเหมือนกับสินค้าชนิดอื่น”

 

ความจริงเกี่ยวกับมูลค่าของเพชรจะปรากฎก็ต่อเมื่อผู้ครอบครองเพชรพยายามจะขายมันคืนให้กับร้านค้า
ในการขายเพชรคืนพวกเขาจะได้มูลค่าแค่ 20-40 เปอร์เซ็นต์ของราคาที่ซื้อไปเท่านั้น

นั่นเป็นเพราะมูลค่าของเพชรที่เพิ่มขึ้นมานั้นมาจากกลไกและวิธีทางการตลาด แต่เมื่อลูกค้าต้องการขายเพชรคืนร้านค้าก็จะรับซื้อในราคาที่เหมาะสมกับมูลค่าที่แท้จริง

 

 

เครดิตข้อมูล meekhao.com