เปิดชีวิตความเป็นอยู่ของลูกหลานสุดยอด “วายร้าย” ในประวัติศาสตร์

คนเราส่วนใหญ่มักจะทราบจุดจบของเหล่า “วายร้าย” ในประวัติศาสตร์กันเป็นอย่างดี เพราะเรื่องราวเหล่านี้มักจะเป็นเรื่องราวที่มีในบทเรียน หรือมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรเอาไว้ในจดหมายเหตุต่างๆ

แต่ในบันทึกต่างๆ นั้น มักจะไม่ได้บันทึกเนื้อหาเกี่ยวกับลูกหลานและทายาทของพวกเขาเอาไว้ด้วย สำหรับวันนี้เราจะมารู้จักเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของลูกหลานสุดยอด “วายร้าย” ในประวัติศาสตร์กัน ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านกันเลย

 

#1

ทายาทของ แฮร์มัน เกอริงทำหมันตัวเอง

เบ็ทตินา เป็นทายาทของ แฮร์มัน เกอริง (เธอเป็นลูกสาวของหลานสาวของแฮร์มัน เกอริง) ผู้นำแห่งเรชสแต็ก ชายผู้มีอำนาจเป็นรองแค่เพียง อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในสมัยนาซีเยอรมัน โดยเหตุผลที่เธอทำหมันตัวเองนั้น เจ้าตัวบอกว่าเพราะความกลัวที่ว่าตัวเองจะ “สร้างสัตว์ประหลาดอีกตัวขึ้นมา”

 

#2

ลูกสาวของ พล พต ใช้ชีวิตอย่างคนปกติ

ซอ พัชฏะเป็นลูกสาวของ พล พต ผู้นำเขมรแดง ผู้ที่เชื่อกันว่าอยู่เบื้องหลังความตายของโศกนาฏกรรมในกัมพูชา ช่วงเขมรแดงเรืองอำนาจ

 

อย่างไรก็ตามลูกสาวของเขาแตกต่างไปจากพ่อมาก เพราะหลังจากพ่อของเธอโดนจับและเธอต้องหนีตายเป็นเวลานาน (สุดท้ายพ่อของเธอเสียชีวิต) ซอก็ตัดสินใจที่จะอยู่อย่างคนธรรมดาตลอดมา และเมื่อปี 2014 ที่ผ่านมาเธอก็ได้แต่งงานแล้วด้วย

 

#3

อูเดย์ ฮุสเซน โหดเหี้ยมยิ่งกว่าพ่อ

อูเดย์ ฮุสเซน เป็นบุตรของ ผู้นำจอมโหดอย่าง ซัดดัม ฮุสเซน แถมยังเป็นคนที่ใช้บารมีของพ่อได้แบบสุดๆ ด้วย เขาทั้งฆ่า ทรมาน และข่มขืน ทำตัวเลวร้ายจนผู้เป็นบิดาปลดเขาออกจากการเป็นผู้สืบทอดในปี 1988 เลยทีเดียว

 

อูเดย์ เสียชีวิตในปี 2003 จากการบุกเข้าโจมตีของทหารสหรัฐอเมริกา ไม่กี่เดือนหลังจากที่ผู้เป็นพ่อถูกประหารชีวิตปิดฉากตระกูลฮุสเซ็นไปในที่สุด

 

#4

ลูกสาวของโจเซฟ สตาลิน ไปอยู่สหรัฐอเมริกา

ลานา ปีเตอส์หรือชื่อเดิม สเวตลานา อีลลีลูเยวา เป็นลูกสาวของโจเซฟ สตาลิน ที่แปรพักตร์และแปลงสัญชาติเป็นชาวสหรัฐฯ ในปี 1967 โดยเชื่อกันว่าอาจจะมีเหตุผลมาจากการที่สตาลิน ไม่ยอมช่วยพี่ชายของเธอจากค่ายกักกันนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั่นเอง

 

#5

ลูกสาวของเหมา เจ๋อตุง ทำงานหนังสือพิมพ์

หลี่ น่า เป็น ลูกสาวของเหมา เจ๋อตุง เกิดในปี 1940 และจบจากมหาวิทยาลัยในปักกิ่งเมื่อปี 1965 เธอได้รับปริญญาในด้านประวัติศาสตร์ และเข้าทำงานอยู่กับบริษัทหนังสือพิมพ์ทางการของสาธารณรัฐประชาชนจีนนั่นเอง

 

เครดิต ranker.com