บนโลกใบนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกหลายชนิดที่รอให้เราทำความรู้จัก ซึ่งในวันนี้เราจะพามารู้จักความสามารถในการล่าเหยื่อแบบเจ๋งๆ ของ 4 สัตว์นักล่า ซึ่งมันจะแตกต่างจากสัตว์อื่นอย่างไร มาดูกันเลย

 

#1

สุดยอดอุปกรณ์ล่าสังหารของ ‘งูหลามต้นไม้’

ถึงจะไม่มีแขนขา และยังมีสายตาที่แย่มาก แต่ก็อย่าได้ประมาทความสามารถในการล่าของพวกงูเด็ดขาด เพราะสำหรับงูแล้ว การมองเห็นนั้นไม่สำคัญเท่าการรู้ตำแหน่งที่แน่ชัดของเป้าหมาย จึงทำให้อสรพิษบางชนิดวิวัฒนาการอวัยวะพิเศษที่ช่วยให้มันจับความร้อนจากตัวเหยื่อ และสร้างเป็นภาพขึ้นมาในสมองได้

 

ที่เห็นเป็นช่องแปลกๆ ชวนขนลุกบนใบหน้าของ งูหลามต้นไม้ นั้น แท้จริงแล้วมันคือช่องรับความร้อน (Heat Pits) ซึ่งพบได้ในงูเพียง 3 วงศ์ คือ วงศ์งูเหลือมโบอา (Boa) วงศ์งูหลาม และ งูในวงศ์ Pit Viper ซึ่งแต่ละวงศ์จะมีตำแหน่งช่องรับความร้อนแตกต่างกันไป แต่มีความสามารถแบบเดียวกัน นั่นคือใช้ตรวจจับความร้อนจากตัวเหยื่อ

 

แม้จะฟังดูไม่น่าเชื่อว่าช่องเล็กๆ เหล่านี้จะสามารถตรวจหาความเปลี่ยนแปลงความร้อนได้ แต่ช่องรับความร้อนของงูเหล่านี้ สามารถแยกความแตกต่างของอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงเพียงแค่ 0.2 องศาเซลเซียสได้ และช่วยให้งูสามารถจู่โจมเหยื่อได้อย่างแม่นยำแม้ว่าอยู่ในที่มืดหรือตอนกลางคืนที่ไร้แสงสว่างใดๆ

 

#2

‘แมวน้ำเสือดาว’ นักล่าแห่งห่วงโซ่อาหาร

ลืมภาพแมวน้ำน่ารักไปได้เลย เพราะนี่คือ ‘แมวน้ำเสือดาว’ นักล่าแห่งห่วงโซ่อาหาร ซึ่งมันมีความดุร้ายต่างจากแมวน้ำสายพันธุ์อื่นอย่างสิ้นเชิง

 

แมวน้ำเสือดาวมีขนาดใหญ่รองจากแมวน้ำช้างซีกโลกใต้ โดยจะมีขนาดประมาณ 2-3 เมตร มีน้ำหนักเฉลี่ย 200-600 กิโลกรัม ลำตัวเป็นสีน้ำตาลเข้ม ช่วงท้องเป็นสีน้ำตาลอ่อน และจะมีจุดดำๆ ตามลำตัวเหมือนเสือดาว

 

วิธีการล่าของแมวน้ำเสือดาวก็โหดเหี้ยมไม่แพ้ชื่อ เพราะมันจะใช้วิธีสะกดรอยตามเหยื่อไปยังที่ต่างๆ ดักรอจนกว่าเหยื่อจะเผลอ เมื่อสบโอกาสก็เข้ากัดเหยื่อด้วยฟันที่แหลมคม ยาวถึง 2.5 เซนติเมตร และขากรรไกรที่อ้าออกได้ถึง 16 เซนติเมตร และกินเนื้อของเหยื่อ

 

โดยมีรายงานว่าแมวน้ำสายพันธุ์นี้เคยทำร้ายมนุษย์ ซึ่งศัตรูของแมวน้ำเสือดาวก็มีแค่วาฬเพชฌฆาตและฉลามบางชนิดเท่านั้น หากไม่ใช่สัตว์ 2 ประเภทนี้แล้วล่ะก็ หากแมวน้ำเสือดาวมันคิดจะกิน บอกได้เลยว่ารอดยาก!!

 

#3

‘แมงมุมหมาป่า’ นักล่าแม่ลูกอ่อน

‘Wolf Spider’ หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า แมงมุมหมาป่า เป็นแมงมุมนักล่าที่อยู่ในตระกูล Lycosidae ความพิเศษของแมงมุมหมาป่าคือ เพศเมียจะมีลูกเกาะอยู่บนหลังเป็นจำนวนมาก โดยที่ใต้ท้องของเพศเมียจะถุงเพื่ออุ้มไข่ไว้ เมื่อตัวอ่อนฟักออกมาก็จะเกาะติดอยู่บนหลังแม่ของมันเป็นเวลา 1 ปี หรือจนกว่าลูกของมันจะสามารถหากินเองได้

 

นอกจากนี้แมงมุมหมาป่าจะมีการเคลื่อนตัวที่คล่องแคล่วว่องไวมาก ต่างจากแมงมุมสายพันธุ์อื่น โดยสายตาของแมงมุมหมาป่าก็ยังมองเห็นได้อย่างยอดเยี่ยม มองเห็นได้ดีทั้งกลางวันและกลางคืน ดังนั้นจึงได้ข้อสันนิษฐานว่าชื่อของมันอาจมาจากพฤติกรรมการออกล่าเหยื่อที่คล่องแคล่วเหมือนหมาป่านั่นเอง

 

ซึ่งพิษของแมงมุมหมาป่านี้ไม่ใช่เล่นๆ เลย เพราะเคยมีข่าวว่าชาวออสเตรเลียเสียชีวิตจากการที่โดนพิษของแมงมุมชนิดนี้แล้ว ซึ่งใครที่โชคร้ายโดนแมงมุมชนิดนี้กัด จะมีอาการปวดบริเวณที่โดนกัดเป็นอย่างมาก และตามมาด้วยอาการคันและบวมอย่างรุนแรง หากใครที่แพ้พิษของมันก็อาจจะมีอาการรุนแรงถึงขั้นช็อคและหมดสติเลยก็เป็นได้

 

#4

‘กุ้งไกปืน’ มือปืนตาบอดแห่งท้องทะเล

กุ้งไกปืน หรือ Pistol Shrimp สัตว์หน้าตาธรรมด๊า ธรรดาที่ทำให้คนจำนวนมากต่างมองข้ามความสามารถเล็กๆ แต่แสนยิ่งใหญ่ของมันไป เพราะนอกจากมันจะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสัตว์ที่เสียงดังที่สุดในโลกแล้ว มันยังสามารถสร้างอุณหภูมิเทียบเท่าพื้นผิวดวงอาทิตย์ได้อีกด้วย

 

แม้จะฟังดูเวอร์เกินจริงสุดๆ แต่เพราะการหนีบก้ามที่เหมือนการลั่นไกปืนด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Sonoluminescence’ ซึ่งเป็นการรวมเสียง ความร้อน และแสงสว่าง เพื่อสร้างคลื่นกระแทกที่รุนแรง

 

ทำให้เกิดการระเบิดของฟองอากาศอย่างรวดเร็วที่ทำให้เกิดเสียงที่ดังถึง 218 เดซิเบล และเปลี่ยนน้ำรอบๆ การระเบิดนั้นให้มีอุณหภูมิสูงกว่า 5,000 เคลวิน (ประมาณ 4,700 องศาเซสเซียส พื้นผิวดวงอาทิตย์ของเรามีอุณหภูมิราวๆ 5,500 องศาเซสเซียส) โดยทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในเวลาเพียง 1 ใน 1,000 ส่วนของวินาที!

 

ถึงจะมีอาวุธที่อันตรายเหลือเชื่อ แต่ความสามารถพิเศษของกุ้งไกปืนนั้น มักใช้เพื่อการล่าเหยื่อซะส่วนใหญ่ แถมเจ้ามือปืนขาโหดที่มีกว่า 600 สายพันธุ์นี้ ส่วนใหญ่มักมีสายตาที่แย่มากจนเข้าขั้นบอด และต้องต้องพึ่งพาปลาบู่ขนาดเล็กตามพื้นทรายในการพามันคลานกลับบ้าน ทั้งยังต้องจ่ายค่าจ้างเป็นการขุดรูและทำความสะอาดให้ปลาบู่อีกต่างหาก

ดูคลิปการยิงของกุ้งไกปืนกันแบบชัดๆ