15 เรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ “โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหากจะพูดถึงภาพยนตร์แนวฮีโร่เจ๋งๆ แฟนๆ ทั่วโลกต่างยกนิ้วให้กับภาพยนตร์จากจักรวาล MAVEL (Marvel Cinematic Universe) อยู่ในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน นั่นเพราะว่าแฟรนไชส์ฮีโร่ชุดนี้มีการดำเนินเรื่องที่ดี และการนำเสนอฮีโร่หลายๆ คนหลายๆ ภาคได้อย่างสอดคล้องกัน

 

และหากจะพูดถึงฮีโร่คนดังในแฟรนไชส์นี้ก็คงหนีไม่พ้น Iron Man ที่นำแสดงโดย “โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์” ที่วาดลวยลายลีลาสุดกวนเอาไว้จนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และสำหรับวันนี้เรามีเรื่องราวน่าสนของเขามาฝากกัน ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านกันเลย

 

#1

“โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์” เกิดวันที่ : 4 เมษายน 1965 ที่แมนฮัตตัน นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

 

#2

“โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์” เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่ 5 ขวบ แสดงภาพยนตร์ครั้งแรกในเรื่อง Pound ปี 1970 โดยที่พ่อของเขาเป็นผู้กำกับ

 

#3

เขาได้แสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง แต่เรตติ้งก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร จนมาเริ่มฉายแววซุปตาร์กับบทเป็นพระเอกบ้านรวยใช้ชีวิตเสเพล ในเรื่อง Less Than Zero ปี 1987

 

#4

“โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์” จะดังระเบิดเป็นพลุแตกจากการรับเป็น ชาร์ลีย์ แชปลิน (Charlie Chaplin) ในเรื่อง Chaplin ปี 1992 พร้อมส่งให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงชายยอดเยี่ยม ในปีนั้นด้วย

 

#5

“โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์” พัวพันกับยาเสพติด (กัญชา) ตั้งแต่อายุ 6 ขวบเท่านั้น และผู้ที่ชักชวนคือพ่อแท้ๆ ของเขาเอง

 

#6

ในช่วงวัยรุ่น โรเบิร์ต เคยถูกจับกุมในข้อหาใช้และครอบครองยาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง จนศาลได้ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 3 ปี หลังใช้ชีวิตอยู่ในห้องขังประมาณ 1 ปี ก็ได้ใช้สิทธิ์ประกันตัวเองออกมา

 

#7

หลังมีข่าวพัวพันกับยาเสพติด ภาพลักษณ์ของ โรเบิร์ต ก็แย่ลงเรื่อยๆ จนในปี 2003 เขาได้ไปนั่งกิน ชีสเบอเกอร์ที่ร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง ในระหว่างนั้น โรเบิร์ต ก็นั่งคิดทบทวนถึงชีวิตที่ผ่านมา จากนั้นเขาจึงตัดสินใจเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแบบเด็ดขาด

 

#8

ถ้าใครจำได้ในภาพยนตร์ Iron Man และ Avengers: Endgame จะเห็นได้ว่า ชีสเบอร์เกอร์ คืออาหารโปรดของ โทนี่ สตาร์ก เช่นกัน

 

#9

แม้จะพยายามเกือบทุกทางแล้ว แต่ โรเบิร์ต ก็ยังไม่สามารถกู้ชื่อเสียงเดิมให้กลับคืนมาได้สักที จนกระทั่งปี 2008 เขาได้รับโอกาสให้สวมชุดเกาะเหล็กมหาประลัย ในบท โทนี่ สตาร์ก หรือ Iron Man ซึ่งเป็นหนังเปิดจักรวาลมาร์เวลเรื่องแรก และกวาดรายได้ถล่มทลายทั่วโลก

 

#10

จากความสำเร็จของ Iron Man ทำให้ชื่อของ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ กลับมาโลดแล่นในวงการฮอลลีวูดอีกครั้ง ก่อนจะไปดังต่อในหนัง Tropic Thunder และ Sherlock Holmes ที่ทำรายได้สูงไม่แพ้กัน

 

#11

Iron Man ภาคแรกนั้น โรเบิร์ต รับค่าจ้างราวๆ 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 16 ล้านบาท แต่ค่าจ้างของเขาในเรื่อง Iron Man 2 พุ่งไปถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 320 ล้านบาท

 

#12

ค่าจ้างของ โรเบิร์ต ยังพุ่งไม่หยุด ในภาพยนตร์ The Avengers และ Iron Man 3 โรเบิร์ต ได้ค่าแสดงเรื่องละ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,600 ล้านบาท) ทำให้เขากลายเป็นนักแสดงที่ทำรายได้มากที่สุดในจักรวาลมาร์เวลไปในทันที

 

#13

10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 320 ล้านบาท คือค่าจ้างของเขาในเรื่อง Spider-Man: Homecoming โรเบิร์ต มีบทในเรื่องราวๆ 15 นาที

 

#14

ตอนนี้ Iron Man คือฮีโร่ขวัญใจใครหลายคน และในชีวิตจริง โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ได้กลายเป็นฮีโร่ของเด็กๆ โดยไม่ต้องใส่ชุดเกราะหรือบินได้อย่างในหนัง เพราะเขาเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือเด็กอยู่เสมอ

 

ในปี 2015 โรเบิร์ต ได้เคยนำแขนเทียม Iron Man Bionic Arm ที่ถูกพัฒนาโดยทีมวิจัย ไปมอบให้น้องอเล็กซ์ (Alex) เด็กชายวัย 7 ขวบ ผู้พิการแขนข้างขวา

 

ในปี 2018 โรเบิร์ต ได้วิดีโอคอลและเดินทางไปเยี่ยม แอรอน ฮันเตอร์ (Aaron Hunter) เด็กวัย 8 ขวบ ผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วยโรคที่ไม่มีทางรักษา พร้อมถ่ายเซลฟี่ร่วมกันและช่วยประชาสัมพันธ์มูลนิธิให้สังคมรู้จักกับโรคดังกล่าว เพื่อช่วยระดมทุนสำหรับงานวิจัยในการหาวิธีการรักษา

 

#15

โรเบิร์ต เป็นคนกวนๆ อยู่แล้วนั่นทำให้การรับบท โทนี่ สตาร์ก จึงทำให้เขาเล่นได้เป็นธรรมชาติแบบสุดๆ