12 เรื่องลึกลับชวนขนลุกในประวัติศาสตร์ ที่ยังคงเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้

ทั่วทุกมุมของโลกใบนี้ยังคงมีปริศนามากมายที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร และที่เราได้รวบรวมมาให้ชมในวันนี้เป็นเรื่องลึกลับทางประวัติศาสตร์ และยังคงเป็นปริศนาที่หาคำตอบไม่ได้จนถึงปัจจุบันนี้

 

#1

9 ศพปริศนาที่ภูเขาดัตลอฟ

เป็นคดีปริศนา เกี่ยวกับการตายของนักเล่นสกีหิมะ 9 คนที่เสียชีวิตพร้อมกันอย่างลึกลับบนเทือกเขาดยัตลอฟ ในลักษณะที่แปลกประหลาด คือทั้ง 9 คนไม่มีร่องรอยขัดขืนหรือต่อสู้อย่างใดเลย ผิวหนังภายนอกไม่ปรากฏร่องรอยการถูกทำร้าย แต่ภายในกลับมีการบอบช้ำอย่างรุนแรง ผู้เคราะห์ร้าย 2 ร่างกะโหลกศีรษะร้าว อีก 2 ร่างกระดูก ซี่โครงหัก โดยร่างหนึ่งไม่มีลิ้น บนเสื้อผ้าของพวกเขาพบสารกัมมันตรังสีในปริมาณที่เข้มข้น ที่นักนิติเวชและผู้เชียวชาญทั้งหลายไม่สามารถอธิบายสาเหตุที่เกิดขึ้นได้

 

#2

ฝนเนื้อที่เคนตากี้

ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดที่รัฐเคนทักกี เมื่อมีเนื้อขนาด 5 – 10 ตารางเซนติเมตร ตกลงมาจากฟ้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีบางคนได้นำเอาเนื้อนี้ไปรับประทานแล้วบอกว่ารสชาติคล้ายเนื้อกวางหรือเนื้อแกะ แต่จากการนำเนื้อไปตรวจสอบกับพบว่าเนื้อที่ตกมานี้มีเนื้อเยื่อที่ใกล้เคียงกันกับเนื้อของม้าหรือของเด็กทารก เพราะมีโครงสร้างที่คล้ายกัน แต่ก็ยังหาบทสรุปเรื่องลึกลับในครั้งนี้ได้

 

#3

ตำนานชายหน้ากากเหล็ก

ในยุคสมัยของพระเจ้าหลุยที่ 14 ณ คุกบาสตีลอันเป็นสถานที่คุมขังนักโทษแห่งประเทศฝรั่งเศสได้มีการนำตัวนักโทษชายคนหนึ่งเข้ามาคุมขังในคุกดังกล่าว โดยชายคนนั้นเป็นบุรุษปริศนาที่ไม่มีใครรู้จักว่าเขานั้นเป็นใครเพราะในการคุมขังชายคนดังกล่าวนั้นมีการสวมหน้ากากเหล็กให้กับชายคนนั้นตลอดเวลา แม้แต่ในตอนที่ชายผู้อยู่ในหน้ากากเหล็กได้เสียชีวิตลงก็ยังไม่มีใครได้เห็นใบหน้าของเขา จนถึงปัจจุบันก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่ว่าชายที่อยู่ในหน้ากากเหล็กนั้นเป็นใคร

 

#4

ฆาตกรรมที่ฮินเตอร์เคเฟก

เป็นเรื่องลึกลับที่ยังจับตัวฆาตกรไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ ในสถานที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตจำนวน 6 รายและ 2 ศพในนั้นเป็นเด็กอายุ 7 ขวบกับ 2 ขวบ โดยตำรวจเชื่อว่าฆาตกรได้แอบเข้ามาอยู่ห้องใต้หลังคาในบ้านแล้วอีกไม่กี่วันจึงออกมาฆ่าทั้ง 6 ศพด้วยจอบเพียงด้ามเดียวแล้วยังใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านต่อไปอีกหลายวัน

 

#5

นักย่องเบายามดึก

คดีนี้ตำรวจได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าเป็นชายอายุประมาณ 26-30 ปี ผิวขาวแต่งตัวดูดีและดูไม่เป็นอันตราย แต่คดีที่เขาก่อขึ้นนั้นร้ายแรงมาก โดยมีคดีย่องเบา 120 ครั้ง ข่มขืน 45 คน และฆาตกรรมอีก 12 ศพ แต่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังยังจับเขาไม่ได้และไม่ทราบว่าตัวจริงของเขาเป็นใคร

 

#6

เสียงปริศนาจากฟ้า

เป็นเสียงที่เกิดขึ้นจากท้องฟ้าที่มีคลื่นความถี่ต่ำ โดยเป็นเสียงคล้ายกับเครื่องจักรที่กำลังทำงานและยังเกิดขึ้นอีกหลายครั้งทั่วโลก ในแต่ละครั้งที่มีเสียงเกิดขึ้นจะมีความยาวหลายนาทีแต่ก็ยังคงเป็นเสียงที่ลึกลับและยังหาที่มาและคำตอบไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร

 

#7

เรือผีสิงแมรี เซเลสต์

เรือแมรี เซเลสต์เป็นเรือที่ถูกพูดถึงว่าเป็นเรือผีสิง เรือนี้ได้หายไปอย่างลึกลับและได้ถูกค้นพบในอีก 1 เดือนต่อมา ข้าวของทุกชิ้นยังอยู่ที่เดิมไม่ได้มีการขยับหรือหายไปเลยแม้แต่ชิ้นเดียว แต่สิ่งที่หายไปกับเป็นลูกเรือทั้งหมด จนถึงทุนวันนี้ก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่ว่าเรือลำนี้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น

 

#8

ดี.บี.คูเปอร์

ชายคนนี้ได้ทำการขึ้นเครื่องบินที่กำลังจะเดินทางไปวอชิงตัน และในขณะที่เครื่องบินกำลังบินอยู่เขาได้ให้กระดาษกับแอร์โฮสเตสไปในกระดาษนั้นเขียนว่า ในตัวเขามีระเบิดเขาต้องการเงิน 2 แสนเหรียญกับร่มชูชีพอีก 4 อัน และพอเขาได้สิ่งที่ต้องการเขาก็กระโดดจากเครื่องบินพร้อมกับเงิน 2 แสนเหรียญไป ถึงจะมีการไล่ล่าแต่ก็ตามจับเขาไม่ได้และจากวันนั้นก็ไม่มีใครพบเขาอีกเลย

 

#9

มนุษย์ที่สามารถกินได้ทุกอย่าง

เขาเป็นชาวนาที่ชื่อ ทาร์แรร์ เขาเป็นคนที่กินเท่าไหร่ก็ได้ไม่รู้จักคำว่าอิ่ม เขาไม่ได้กินแค่เนื้อสัตว์ทั่วไปแต่เขาสามารถกินได้แม้กระทั่ง ก้อนหิน ตะกร้า หรือช้อนส้อม รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ อีกด้วย

 

#10

ระเบิดที่ทังกัสกา

ที่ปะเทศรัสเซียได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นใกล้กับแม่น้ำทังกัสกา แรงระเบิดส่งผลให้พื้นที่ป่ามากกว่า 2000 ตารางกิโลเมตร ที่เป็นต้นไม้ประมาณ 80 ล้านต้นถูกไฟเผาผลาญ อีกทั้งยังทำให้เกิดความรุนแรงเทียบเท่าแผ่นดินไหว 5 ริกเตอร์ ซึ่งรับรู้ได้ไกลถึงประเทศอังกฤษเลยทีเดียว การระเบิดในครั้งนี้ได้ถูกสันนิษฐานว่าเป็นอุกกาบาต แต่กลับไม่มีหลุมอุกกาบาตให้เห็นจึงเป็นปริศนาที่ยังหาคำตอบไม่ได้

 

#11

เด็กเขียว

ในช่วงยุคกลาง มีเรื่องราวของพี่ชายและน้องสาวคู่หนึ่งที่ปรากฏตัวในหมู่บ้านวูลพิท ของประเทศอังกฤษ ตอนที่ชาวบ้านไปพบ เด็กทั่งคู่ใส่เสื้อผ้าที่ดูแตกต่างจากคนทั่วไป ไม่สามารถพูดอังกฤษได้ ที่สำคัญคือทั้งคู่มีผิวสีเขียว เมื่อชาวบ้านพาทั้งคู่กลับมาที่หมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือ เด็กชายค่อยๆ ล้มป่วยและเสียชีวิต ในขณะที่เด็กหญิงค่อยๆ ฟื้นตัว ผิวที่เคยเป็นสีเขียวค่อยๆ จางลง และเริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษ

 

เด็กหญิงคนนั้นบอกกับชาวบ้านว่าเธอมาจากดินแดนที่เรียกว่า เซ็นต์มาร์ติน ที่ดวงอาทิตย์ไม่เคยส่องและทุกอย่างถูกอาบด้วยสีเขียว และบอกด้วยว่าพวกเธอได้ยินเสียงฝูงสัตว์ของพ่อ เมื่อทั้งคู่เดินตามเสียงดังกล่าวเข้ามาในถ้ำ ก็พบว่าตัวเองมาอยู่ในหมู่บ้านวูลพิทเรียบร้อยแล้ว

 

#12

บุรุษลึกลับจากดินแดนที่ไม่มีในแผนที่โลก

ในปี ค.ศ.1954 มีชายชาวยุโรปรายหนึ่งเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ระหว่างการทำการตรวจสอบเอกสารตรวจคนเข้าเมือง ทุกอย่างดูปกติ จนกระทั่ง ตม.ญี่ปุ่นสอบถามว่าเขามาจากประเทศใด ชายคนนี้ตอบไปว่า ‘เขามาจากประเทศ Taured’ ที่ตั้งอยู่ระหว่างชายแดนประเทศฝรั่งเศสและสเปน พร้อมกับแสดงแสตมป์การเดินทางรอบโลกเป็นหลักฐานด้วย ท่ามกลางความมึนงงของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น

 

เมื่อเจ้าหน้าที่สนามบินญี่ปุ่นนำตัวเขาไปสอบสวนเพิ่มเติม และนำชายชาวยุโรปคนนี้ไปพักยังโรงแรมใกล้เคียงโดยมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมตัว ในเช้าวันรุ่งขึ้น ชายคนนี้ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น!