ตำนานโคตรไอ้เคี่ยม! เรื่องราวสะเทือนขวัญของจระเข้ยักษ์ ที่ออกอาละวาดทำร้ายชาวบ้านในจังหวัดชุมพร

พวกเราคงเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับจระเข้พันธุ์โหดที่ออกมาอาละวาดทำร้ายผู้คนอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะมาจากสื่อหนังสือพิมพ์หรือแม้แต่ในหนังก็ตามที และเรื่องที่เราจะนำเสนอในวันนี้ก็เช่นกัน มันคือเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อนานมาแล้ว จนเป็นตำนานเล่าขานมาจนทุกวันนี้ ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามกันเลย

 

ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2507

ชาวบ้านในอำเภอหลังสวน จ.ชุมพร ต้องเผชิญกับฝันร้ายอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เมื่อชาวบ้านจำนวนหลายรายอ้างว่าพบเห็นจระเข้ขนาดใหญ่ลอยคออยู่ในคลองบางมุด

 

โดยจระเข้ตัวนี้ไม่ได้ปรากฏตัวให้ชาวบ้านได้เห็นเพียงอย่างเดียว แต่มันยังได้ออกอาละวาดพร้อมกับกินชาวบ้านไปหลายราย จากการสันนิษฐานของผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าจระเข้ยักษ์ตัวนี้ เป็นจระเข้พันธุ์ “ทองหลาง” มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 4 เมตร (เฉพาะส่วนหัวของมันก็มีความยาวถึง 2 เมตร)

 

ฉายาของมันคือ “ไอ้ด่างบางมุด”

เนื่องจากบริเวณลำตัวของมันมีสีดำสนิท ยกเว้นคอที่มีรอยด่างสีขาว ด้วยลักษณะเฉพาะที่ต่างจากจระเข้สายพันธุ์อื่น ชาวบ้านจึงตั้งชื่อเรียกมันว่า “ไอ้ด่างบางมุด”

 

อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นจระเข้ตัวนี้มีความดุร้ายเป็นอย่างมากมันล่ามนุษย์เป็นอาหาร ว่ากันว่าต่อให้ไม่อยู่ในน้ำไอ้ด่างบางมุดก็สามารถโจมตีได้เช่นกัน

 

อ้างอิงของชาวบ้านหลายรายที่ระบุว่า “เห็นไอ้ด่างบางมุดลากชาวบ้านที่เดินอยู่ริมตลิ่งลงไปในน้ำ หรือกระทั่งใช้ปากงับเรือและใช้ลำตัวกระแทกเรือที่แล่นสัญจรไปมาก็มี”

 

ล่า “ไอ้ด่างบางมุด”

แม้ไอ้ด่างบางมุดจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกับจระเข้สายพันธุ์อื่น แต่การไล่ล่าไอ้ด่างบางมุดกลับไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะในช่วงเวลานั้นอำเภอหลังสวนต้องเผชิญกับอุทกภัย ทำให้ทีมไล่ล่าไม่สามารถระบุที่อยู่ของไอ้ด่างบางมุดได้อย่างชัดเจนนัก

 

เมื่อทางการไม่สามารถไล่ล่าไอ้ด่างบางมุดได้ อีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยให้การติดตามไอ้ด่างบางมุดเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ก็คงจะหนีไม่พ้นการขอกำลังสนับสนุนจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ และแน่นอนผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ล้วนไม่ต้องการทำงานแบบฟรีๆ

 

ทางการจึงได้ตั้งค่าหัวเป็นจำนวนเงิน 8,000 บาท ให้กับใครก็ตามที่สามารถจับหรือสังหารไอ้ด่างบางมุดได้ ส่งผลให้มีทั้งผู้เชี่ยวชาญและมือสมัครเล่นร่วม 100 ชีวิตออกไล่ล่าไอ้ด่างบางมุด

 

ผ่านไปหลายวัน………

ก็ยังไม่มีใครล่าไอ้ด่างบางมุดได้สำเร็จ จนกระทั่งวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507 ทีมไล่ล่าทีมหนึ่งก็สามารถแกะรอยไอ้ด่างบางมุดได้สำเร็จ เมื่อไอ้ด่างบางมุดโผล่มาสังหารชาวบ้านรายหนึ่ง ก่อนที่มันจะทิ้งร่องรอยเป็นเศษซากมนุษย์ให้เจ้าหน้าที่ติดตามมันได้ไม่ยาก

 

และเมื่อทีมไล่ล่าได้พบกับมันทั้งอาวุธปืนและระเบิด C-3 ก็กระหน่ำเข้าใส่ไอ้ด่างบางมุดอย่างไม่ยั้ง จนกระทั่งมันสิ้นใจตายไปในที่สุด

 

จากการตรวจสอบภายในท้องของไอ้ด่างบางมุด

พบหัวกระโหลกมนุษย์จำนวน 2 หัว และยังมีอวัยวะของเหยื่อรายล่าสุดหลงเหลืออยู่ภายในท้องอีกด้วย ทั้งนี้ทีมที่สังหารได้ทำการขายซากของไอ้ด่างบางมุดให้กับพ่อค้าคนหนึ่งในราคา 7,000 บาท

 

ก่อนที่ซากของไอ้ด่างบางมุดจะถูกขายต่อให้กับพ่อค้าในกรุงเทพอีกรายด้วยราคา 23,000 บาท โดยพ่อค้าคนนี้ได้นำร่างของไอ้ด่างบางมุด ไปจัดแสดงในงานต่างๆ จนสามารถสร้างกำไรจากร่างของไอ้ด่างบางมุดได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว

 

เครดิตข้อมูล SpokeDark.TV