รวมเรื่องสุดประหลาดในยุควิคตอเรีย ที่คุณจะต้อง “งง” เป็นไก่ตาแตก

ประเทศอังกฤษ ในยุควิกตอเรีย (ระหว่างปี ค.ศ. 1837 ถึงปี ค.ศ. 1901) นั้นถือเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของการปฏิวัติอุตสาหกรรม แฟชั่นและเป็นยุคสูงสุดของจักรวรรดิอังกฤษ ซึ่งตรงกับสมัยการปกครองของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย ในยุคนั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ก้าวหน้ามากๆ และยังมีรวมถึงมีเรื่องแปลกๆ ด้วย นี่คือ 10 ข้อเท็จจริงสุดประหลาดในยุควิคตอเรีย ที่คุณจะต้อง “งง” เลยทีเดียว

 

สมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย

Queen_Victoria

 

#1

คลั่งสารหนู

สารหนูนั้นเป็นสารประกอบของเครื่องใช้ในครัวเรือนที่แพร่หลายเป็นอย่างมากในยุควิคตอเรีย ซึ่งได้รับการบริโภคกันอย่างมากจากทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีเครื่องสำอางเป็นจำนวนมากที่ใส่สารหนูลงไปเพราะเชื่อว่าจะทำให้ผิวดูขาวขึ้นและอ่อนวัยขึ้น ส่วนในหมู่ผู้ชายก็มีข่าวลือว่าการบริโภคสารหนูจะทำให้ความต้องการทางเพศมากขึ้น แน่นอนว่ามันไม่เวิร์ค สารหนูก่อให้เกิดอาการป่วยและการตายเฉียบพลันต่างหากล่ะ

1

 

#2

บ้าฟิตเนส

คงคิดว่ากระแสการออกกำลังกาย ทำหุ่นเฟิร์มๆ มันเพิ่งมามีในยุคหลังๆ นะสิ ผิดแล้ว จริงๆในยุควิคตอเรีย เหล่าชนชั้นกลางถึงชนชั้นสูงนั้นบ้าคลั่งการออกกำลังกายเข้ายิมฟิตเนสกันเป็นอย่างมากเพื่อที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงและดูดี พวกเขาคุมเข้มทั้งการออกกำลังกายและการกินอาหาร

1074bd39fe658386fa74facf4c491fe7

 

#3

บ้าใส่ Corset

ก็เหมือนสารหนู ที่ corset มีใส่กันทุกบ้าน เป้าหมายของการใส่สิ่งนี้คือการทำให้เอวคุณเล็กลง แต่ผู้หญิงบางคนก็เล่นซะอันตรายไปหน่อยนะเพราะเล่นย่อขนาด corset ซะเหลือรอบเอว 16 นิ้ว ซึ่งคุณสามารถตายได้จริงๆ เลยถ้าหากใส่มันเป็นเวลานาน

3

 

#4

เจาะหัวนมเคยเป็นกระแส

ในขณะที่การเจาะหูนั้นเป็นเรื่องปกติในยุควิคตอเรีย นักเจาะแกมโกงบางคนได้เสนอเหล่าสาวๆ ให้เจาะหัวนมของพวกเธอ ซึ่งพวกผู้หญิงในสมัยนั้นเชื่อว่าการทำแบบนั้นจะเป็นการทำให้หน้าอกของเธอใหญ่ขึ้นกลมขึ้นและน่าดึงดูดมากขึ้น

4.1

 

#5

ไฟฟ้าบำบัด

พวกเขาใช้ไฟฟ้าในการรักษาทุกโรคที่มีคนไข้มาจ่ายเงินคุณหมอเพื่อจะโดนช๊อตไฟฟ้า โดยที่หมอจะใช้ไฟฟ้าบำบัดกับทุกๆอย่าง ตั้งแต่ เก้าท์ จนถึงกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ป่วยหลายคนเดินกลับบ้านไปพร้อมรอยไหม้ที่เกิดจากไฟฟ้า

5

 

#6

การสักได้รับความนิยมมาก

ในปี 1862 เจ้าชายแห่ง Whales ตัดสินใจที่จะไปสักในขณะที่อยู่ในเมือง เยรูซาเลม การตัดสินใจนั้นทำให้การสักเป็นที่นิยมขึ้นมาในหมู่ชนชั้นสูง แต่ว่าคนในสมัยก่อนสักแล้วไม่ค่อยเอามาโชว์กันเท่าไรนัก

6.1

 

ทั้งๆ ที่เป็นอย่างนั้น แต่พระเจ้า Tsar Nicholas ที่ 2 และเจ้าชายกับเจ้าหญิงแห่งเดนมาร์ค และราชาออสการ์แห่งสวีเดนนั้นต่างก็ถูกเชื่อว่ามีรอยสักทั้งนั้น

 

#7

เป็นลมเป็นกิจวัตร

สิ่งหนึ่งที่อาจจะดูแปลกสำหรับเราๆ ในปัจจุบันก็คือ ผู้หญิงในยุคนั้นเป็นลมกันเยี่ยงใบไม้ร่วง เรียกได้ว่าแค่หนุ่มหล่อถอดหมวกให้ เธอก็เป็นลมเรียบร้อยแล้ว มันอาจจะฟังดูเว่อนะ แต่ก็ค่อนข้างเมคเซนส์เหมือนกันถ้าลองนึกดูว่าผู้หญิงในยุคนั้นต้องเจออะไรบ้าง (โดยเฉพาะ corset รัดรูป)

7

 

#8

การอดอาหารอย่างเหนือธรรมชาติ

มีเด็กสาวหลายคนที่บอกว่าตัวเองอยู่ได้โดยไม่ต้องกินอะไรแม้แต่น้ำ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องเหลวไหลและเป็นเรื่องหลอกลวง พวกเธอมักจะมีเพื่อนๆ แอบเอาของกินและน้ำมาให้ ซึ่งทุกๆ คนในยุคนั้นก็รู้ แต่พอมีข่าวเรื่องเด็กแบบนี้ออกมาทีไรก็อดฮือฮากันไม่ได้ทุกที มีเด็กคนหนึ่งชื่อว่า Mollie Fancher อ้างว่าเธอสามารถอยู่ได้ถึง 14 ปีโดยปราศจากอาหาร

Mollie Fancher เด็กสาวที่มีข่าวลือว่าไม่ต้องกินอาหาร

8

 

#9

น้ำบำบัด

ก็เหมือนไอ้ไฟฟ้าบำบัดนั้นแหละ การใช้น้ำบำบัดนี้เป็นการที่เอาร่างผู้ป่วยลงไปแช่ในน้ำร้อนๆ เดือดๆ หรือน้ำที่เย็นจนเกือบเยือกแข็ง เพื่อให้น้ำรักษาโรค แน่นอนว่าแค่น้ำเย็นน้ำร้อนมันรักษาโรคอะไรไม่ได้อยู่แล้ว แต่มันถูกการตลาดนำเสนอซะจนคนคิดว่ามันเป็นปาฏิหาริย์ และคนมีเงินก็พร้อมจะจ่ายเงินไม่อั้นเพื่อรักษาโรคของพวกเขา

9.1

 

#10

ฮิสทีเรีย

ตั้งแต่ปี 1859 ฮิสทีเรียก็กลายเป็นโรคยอดนิยม ที่หมอเอามาวินิจฉัยคนไข้ผู้หญิงที่มีปัญหาทางอารมณ์ มีปัญหากับสามี … คุณเป็นฮิสทีเรียครับ! ช่วงนี้รู้สึกเศร้าๆ เหรอ คุณเป็นฮิสทีเรียครับ! ชอบเพ้อฝันงั้นเหรอ คุณเป็นฮิสทีเรียครับ!

10.1

 

หนึ่งในทางรักษาโรคฮิสทีเรียก็คือ “การนวดกระดูกเชิงกราน” (หรือที่เราๆ รู้จักกันในนาม “ช่วยตัวเอง”) โดยคุณหมอจะใช้เซ็กซ์ทอยรุ่นเก๋าอันเบอเริ่มด้วย การทำแบบนี้ก็เพื่อให้เกิด “การปะทุของฮิสทีเรียอย่างฉับพลัน”