เปิดตำนาน “พญางูเหลือม” แห่งทางรถไฟสายมรณะ ที่คร่าชีวิตทหารญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก!

เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับงูยักษ์ “อนาคอนด้า” งูขนาดใหญ่แห่งป่าอเมซอน แต่เชื่อหรือไม่ความจริงแล้วประเทศไทยเราอีกก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับงูยักษ์เช่นกัน ซึ่งมีขนาดก็มหึมาไม่แพ้อนาคอนด้าในภาพยนตร์ และเท่าที่ทราบมางูตัวนี้สามารถเขมือบคนได้ที่ละ 2-3 คนอย่างสบายๆ ทีเดียว เรื่องราวจะเป็นอย่างไรไปติดตามอ่านกันได้เลย

 

ย้อนกลับไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ประเทศไทยถูกกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกเพื่อใช้ประเทศไทยเป็นฐานส่งกำลังเพื่อนำทัพเดินทางไปโจมตีกองทัพอังกฤษที่อยู่ในประเทศพม่า

 

ดังนั้นเพื่อให้การเดินทางเป็นไปได้อย่างราบรื่นจึงต้องมีการสร้างทางรถไฟ เชลยศึกชาวตะวันตกเป็นจำนวนมากที่กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นจับมาได้จึงต้องมาใช้แรงงานในการสร้างทางรถไฟในจังหวัดกาญจนบุรี

แน่นอนว่าสภาพภูมิประเทศของจังหวัดกาญจนบุรีในสมัยนั้นย่อมแตกต่างจากปัจจุบันมาก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่ารกทึบซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นักล่าต่างๆ มากมาย

 

 

การที่จะสร้างทางรถไฟสายมรณะนั้น

เหล่าเชลยศึกต้องบุกป่าฝ่าดงเข้าไปโดยคำสั่งที่ไม่มีทางปฏิเสธของเหล่าทหารญี่ปุ่น โดยการก่อสร้างนั้นเหล่าทหารญี่ปุ่นจะใช้เชลยศึกแผ้วถางป่าเข้าไปและมีการตั้งฐานบัญชาการเป็นช่วงๆ จนกระทั่งถึงเส้นทางบริเวณอำเภอไทรโยค ซึ่งในสมัยก่อนนั้นยังเป็นป่าทึบที่ชาวบ้านยังไม่เคยเข้าไปย่างกราย

 

แน่นอนว่าเมื่อมีการตั้งฐานเพื่อเป็นที่พักของทหารญี่ปุ่นที่ถูกส่งเข้ามาควบคุมเหล่าเชลย จึงจำเป็นที่จะต้องมีการตั้งเวรยามตามมาตรฐานของกองทัพเพื่อดูแลความสงบและป้องกันเหล่าเชลยหลบหนี

 

กองทัพญี่ปุ่นจึงได้จัดชุดลาดตระเวนรอบๆ ฐาน เป็นจำนวน 15 นาย เข้าเวรสลับผลัดเปลี่ยนกันไป โดยจะเดินสำรวจรอบๆ ฐานรอบละ 1 คน

 

เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่มีการตั้งฐาน

ทหารญี่ปุ่นที่ถูกส่งออกไปลาดตระเวนนั้นมักจะหายตัวไปแบบไร้ร่องรอยวันละนายสองนาย ซึ่งก็สร้างความวิตกให้กับผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างมาก เพราะกำลังพลที่หายไปอย่างไร้สาเหตุนั้นอาจจะถูกข้าศึกลอบโจมตีเพื่อรอวันบุกเข้ามาก็เป็นได้ จึงได้มีการเพิ่มกำลังเข้าไปอีกจากที่เคยเดินลาดตระเวนจุดละคนก็กลายเป็น 2-3 คน

 

แต่ถึงเพิ่มกำลังก็ไร้ผล

ทหารญี่ปุ่นยังคงหายไปอย่างไร้ร่องรอยจนผู้บัญชาการต้องจัดทีมเพื่อค้นหาร่องรอยของทหารที่หายไป เช้าวันหนึ่งกองทหารที่ได้รับหน้าที่ให้แกะรอยเพื่อหาสิ่งผิดปกติได้ออกลาดตระเวนไปรอบๆ พื้นที่ที่ตั้งค่ายเป็นรัศมีประมาณ 5 กม. จนกระทั่งได้พบกับถ้ำแห่งหนึ่ง หัวหน้าชุดจึงได้จัดให้ทหารจำนวนหนึ่งลงไปสำรวจ

 

ไม่นานนักหลังจากทีมสำรวจลงไป

ทหารที่รออยู่ปากถ้ำก็ต้องวิ่งกระเจิงเมื่อได้ยินเสียงของทหารที่ถูกส่งลงไปตะโกนด้วยความตกใจว่า “สัตว์ประหลาด” พร้อมกับวิ่งพรวดออกมาเพื่อเอาชีวิตรอด

 

ทันทีที่ทหารที่ถูกส่งเข้าไปออกมาได้…พวกเขาเล่าถึงสิ่งที่พวกเขาพบในถ้ำนั่นก็คืองูขนาดใหญ่ที่พวกเขาไม่เคยเจออะไรที่ใหญ่ขนาดนั้นมาก่อน หัวหน้าจึงได้สั่งให้จัดการโยน “ระเบิด” เข้าไปซะเพื่อทำการฆ่างูยักษ์ตัวนี้

 

สิ้นเสียงระเบิด

เหล่าทหารญี่ปุ่นก็พากันเข้าไปในถ้ำเพื่อสำรวจอีกครั้ง สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือร่างของงูเหลือมขนาดใหญ่ขาดวิ่นเป็นท่อนๆ โดยในขณะนั้นชิ้นส่วนของ “งูยักษ์” ยังคงกระตุกอยู่ ซึ่งกว่าที่จะหยุดกระตุกนั้นก็ผ่านไปกว่า 5 นาทีเลยทีเดียว

 

นอกจากนี้สิ่งที่เหล่าทหารญี่ปุ่นได้พบเจอในถ้ำก็คือซากกระดูกที่กระจัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ ซึ่งมีทั้งกระดูกสัตว์และกระดูกคนผสมกัน ว่ากันว่ามีกระดูกของมนุษย์นับร้อยชิ้นเลยทีเดียว

เรื่องราวนี้ถูกเล่าต่อๆ กันมาแบบปากต่อปากเป็นเหมือนดั่งตำนานที่อยู่คู่กับความโหดร้ายของการสร้างทางรถไฟสายมรณะ

 

เครดิตข้อมูล SpokeDark.TV