เปิดความจริงน่ารังเกียจ! อินเดียอนุญาตให้…แม่ข่มขืนลูกได้ไม่ผิดกฎหมาย

สำหรับวันนี้เราจะพาไปอ่านเรื่องจริงที่น่ารังเกียจของประเทศอินเดีย ที่ทำให้ชาวโลกต้องตกตะลึงกับตรรกะวิบัติอันเลวร้ายนี้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรไปอ่านกันเลย!

พ่อแม่ในอินเดียนั้นอยากจะมีลูกที่เป็น “ชายจริงหญิงแท้” แบบสุดๆ และหากพ่อแม่รู้ว่าลูกเป็นเกย์หรือเลสเบี้ยน พวกเขาก็จะให้ญาติ พี่ชาย น้องชาย หรือบางครั้งก็เป็นตัวพ่อแม่เอง ลงมือข่มขืนลูก เพื่อให้ลูกกลับคืนสภาพปกติให้ได้

 

ในประเทศอินเดียการที่คนเพศเดียวกันมีเพศสัมพันธ์กันนั้น จะต้องถูกลงโทษสูงสุดคือจำคุก 10 ปี ทำให้หลายๆ ครอบครัวรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีทางเลือก นอกจากการข่มขืนเพื่อให้ลูกหลานของตัวเองเปลี่ยนใจมาชอบคนต่างเพศให้ได้ (แล้วความจริงมันได้จริงๆ หรือ?)

 

สถานะการณ์ตอนนี้มีเหยื่อจำนวนมากที่ไม่กล้าที่จะออกมาพูด เด็กสาวรักร่วมเพศคนหนึ่งที่กำลังครองรักอยู่กับผู้หญิง ก็ถูกญาติของเธอข่มขืนเพื่อหวังให้เธอหายจากการเป็นคนรักร่วมเพศ

 

อีกหนึ่งในผู้ตกเป็นเหยื่อคือ Mvuleni Fana… วันที่เกิดเหตุนั้น เธอกำลังเดินกลับบ้านหลังจากซ้อมฟุตบอลเสร็จ แต่ระหว่างทางก็มีชายสี่คนมารุมข่มขืนเธอ โดยอ้างว่าจะทำให้เธอกลับมาเป็นผู้หญิงจริงๆ ที่รักเพศตรงข้าม สุดท้ายพวกเขาได้เตะ ตี และปล่อยให้เธอนอนตายอยู่ตรงนั้น

 

และยังมีเหยื่ออีกหลายคนที่ขอความช่วยเหลือจากกลุ่ม LGBT ในรัฐเตลังคานา ซึ่งมีกว่า 15 คดี ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา แต่ความจริงแล้วการข่มขืนคนรักร่วมเพศควาดว่ามีมากกว่านี้มาก แต่เรื่องนี้แค่ไม่มีการเปิดเผยให้ทราบ

 

ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ พ่อแม่รู้ดีเกี่ยวกับเรื่องการข่มขืน และเป็นคนขอร้องให้คนในครอบครัว โดยเฉพาะญาติที่เป็นพี่น้อง พ่อ หรือ แม่ เป็นคนข่มขืนลูกตัวเอง

 

หากพ่อแม่รู้ว่าลูกสาวของตัวเองกำลังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้หญิงอีกคน พวกเขาจะให้คนในครอบครัวมามีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาว เพื่อช่วยให้เธอหายจากอาการรักร่วมเพศ แม้ว่าการกระทำนั้น “จะเป็นการบังคับขืนใจ” ก็ตาม

 

บางครั้งเหยื่อที่เดินทางมาร้องเรียนกับไม่ใช่เพราะพวกเขาอยากแจ้งความที่ถูกข่มขืน แต่พวกเขาอยากจะหนีไปให้ไกลจากครอบครัวของตัวเอง เพราะทนสภาพเลวร้ายนี้ไม่ไหวแล้ว

 

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่เด็กผู้ชาย จากเมืองบังกะลอร์ ถูกแม่แท้ๆ ข่มขืน เพื่อให้เขาหายเป็นเกย์ และเรื่องนี้ก็ถูกนักทำหนัง ธิติ ตระการตรี นำไปทำเป็นภาพยนตร์ที่ชื่อว่า Satyavati

 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครที่อยากพูดถึงการข่มขืนเพื่อคืนเพศเดิม และความพยายามเพื่อให้เรื่องนี้ไปถึงมือเอ็นจีโอก็ถูกปฏิเสธ อีกทั้งการร้องเรียนเรื่องนี้ต่อหน่วยงานภายนอกต้องใช้เวลานานหลายปี จึงทำให้หลายๆ คนเลือกที่ไม่เปิดเผย แม้ตัวเองจะตกเป็นเหยื่อก็ตาม……….

 

และทั้งหมดก็คือเรื่องราวอันเลวร้ายในอีกมุมหนึ่งของโลกที่อาจจะทำให้คุณรู้สึกหดหู่แต่มันคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง