15 ความเชื่อผิดๆ ที่หลงคิดว่ามันคือ “เรื่องจริง” มาตลอดชีวิต

บ่อยครั้งที่เราใช้ชีวิตอยู่กับความเชื่อ หรือคำบอกที่พูดต่อๆ กันมา ด้วยคำขึ้นต้นที่คุ้นหูอย่าง “เค้าว่าอย่างนั้น – เค้าว่าอย่างนี้” แล้วคำว่า “เค้า” ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าคนนั้นคือใคร เพราะบางทีสิ่งที่รู้หรือที่บอกมามันดันเป็นเรื่องที่มั่วนิ่มสุดๆ บ้างก็จริงแค่ครึ่งเดียว เรามาดู 15 ความเชื่อ ที่บางข้อก็จริงแต่บางข้อนั้นมีการเปิดเผยแล้วว่ามันไม่ได้เป็นจริงตามที่พูดกัน

 

#1

ความเชื่อ : อ่านหนังสือในที่ที่แสงน้อย จะทำให้สายตาเสีย

ความจริง : จริงๆ แล้วการอ่านหนังสือหรือใช้สายตาในที่มืดหรือมีแสงน้อยนั้นจะทำให้กล้ามเนื้อตาของเราอ่อนล้า อาจทำให้ตาพร่าหรือรู้สึกปวดตาไปชั่วขณะ แต่ยังไม่มีหลักฐานการวิจัยที่ชี้ชัดว่ามันทำให้สายตาเสีย

 

#2

ความเชื่อ : กาแฟไม่ดีต่อสุขภาพ

ความจริง : อันที่จริงคาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟจะไปกระตุ้นร่างกายของคุณ และมันยังป้องกันคุณจาก 5 โรคร้ายต่างๆ เช่น เบาหวาน และพาร์กินสัน

 

#3

ความเชื่อ : ภูเขาเอเวอร์เรสนั้นเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในโลก

ความจริง : จริงๆ แล้วภูเขา มัวนาเคีย ในฮาวาย มันสูงกว่าเอเวอร์เรสอีกนะ แต่เพราะภูเขาแห่งนี้มีส่วนที่จมน้ำอยู่เยอะมาก

ภูเขาเอเวอร์เรส สูง 8,850 เมตร (นับจากตีนเขา)

ภูเขามัวนาเคีย ในฮาวาย สูง 10,203 เมตร (นับจากตีนเขา)

หมายเหตุ – แต่ถ้าใช้คำว่า “ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก” แทน…..แน่นอนมันคือ “ยอดเขาเอเวอร์เรส” อย่างไม่ต้องสงสัย

 

#4

ความเชื่อ : ต้องล้างมือด้วยน้ำอุ่นก่อนหยิบจับอาหาร

ความจริง : จริงๆ แล้วน้ำอุณหภูมิไหนก็ได้เหมือนกัน

 

#5

ความเชื่อ : ปลาหมึกมี 8 ขา

ความจริง : ข้อนี้เข้าใจผิดกันมาก ใครจะไปคิดว่ารยางค์ 8 เส้นนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ขา กับอีก 6 แขน แถมด้วยข้อมูลใหม่ว่า ปลาหมึกยักษ์ (Octopus) มันมีหัวใจ 3 ดวงเลยทีเดียว

 

#6

ความเชื่อ : ห้ามใส่สีแดงไปเดินใกล้ๆ พวกวัวเชียวนะ

ความจริง : วัวมันไม่สนใจหรอกว่าคุณจะใส่เสื้อสีอะไร เพราะมันแทบแยกความแตกต่างระหว่างสีไม่ได้ด้วยซ้ำ อยู่ที่ท่าทางและการเคลื่อนไหวของนักสู้ต่างหาก ว่าไปยั่วยุมันรึเปล่า และที่เห็นผ้าสีแดงโบกสะบัดก็เพื่อความบันเทิงเท่านั้น

 

#7

ความเชื่อ : ดวงจันทร์มีด้านมืด

ความจริง : ด้านหลังของดวงจันทร์ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโลก มันไม่ได้เป็นด้านมืดอย่างที่เราคิด เพราะมันมีแสงอาทิตย์ส่องถึงไม่ต่างจากด้านที่หันเข้าหาโลก เพียงแค่อยู่ในด้านที่เรามองไม่เห็นเท่านั้นเอง

 

#8

ความเชื่อ : ถ้าของกินตกพื้นไม่ถึง 5 วินาที สามารถหยิบมากินได้

ความจริง : เจ้าแบคทีเรียน้อยใหญ่มันไม่มานั่งนับเวลาถอยหลังก่อนเข้าจู่โจมอาหารหรอกนะคุณ มันติดไปกับทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่างนั่นแหละ อย่าเสียเวลานับถึง 5 เลย ไปหาอะไรอย่างอื่นกินเถอะ

 

#9

ความเชื่อ : ปลาทองแก้มป่องเป็นสัตว์ที่ความจำสั้น และโง่มาก

ความจริง : อย่าสบประมาทกันแบบนี้ เจ้าปลาทองไม่ได้โง่นะ ไม่ได้ความจำสั้นด้วย มันสามารถจำแสงสีต่างๆ รอบตัว และพวกคลื่นเสียงบางจังหวะก็จำได้นะ

 

#10

ความเชื่อ : ควรแปรงฟังหลังจากรับประทานอาหารทุกครั้ง จะได้มีสุขภาพปากและฟันที่ดี

ความจริง : อันนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณเพิ่งจะทานอาหารชนิดไหนมา ถ้าเพิ่งรับประทานอาหารจำพวก เปรี้ยวๆ ควรจะรอให้น้ำลายและค่าความเป็นกรดในปากลดลงก่อนซัก 10-15 นาทีแล้วค่อยแปรงฟัน ไม่งั้นมันไม่ดีต่อสุขภาพเหงือกและฟันแน่ๆ

 

#11

ความเชื่อ : ในอวกาศนั้นไม่มีแรงโน้มถ่วง เราจะลอยละลิ่วกันเลย

ความจริง : ที่จริงแล้วนอกโลกก็มีแรงโน้มถ่วงนะ แต่แค่น้อยกว่าบนพื้นโลกเท่านั้นเอง และที่เห็นๆ นักบินอวกาศลอยไปลอยมา นั่นคือพวกเขาอยู่ในสภาวะที่กำลังตกลงอย่างต่อเนื่องสู่โลก แต่ที่ไม่ถึงพื้นโลกสักที เพราะพวกเขาตกโค้งไปตามวงโคจรรอบโลก

 

#12

ความเชื่อ : อาหารมื้อดึกคือตัวการทำให้อ้วน

ความจริง : อันที่จริงมันไม่สำคัญเลยว่าคุณจะกินอาหารเข้าไปตอนกี่โมง มันอยู่ที่ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานจากอาหารนั้นๆ ได้ดีแค่ไหน ถ้ากินตอนเที่ยงคืน แล้วร่างกายสามารถเอาพลังงานจากอาหารนั้นไปใช้หมด ก็ไม่อ้วนอยู่ดี

 

#13

ความเชื่อ : เสียบที่ชาร์ตโทรศัพท์ไว้นานๆ จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว

ความจริง : อันที่จริงทางบริษัทผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์ในปัจจุบันได้ออกแบบมาให้มันตัดไฟได้เองโดยอัตโนมัติเมื่อชาร์ตเต็ม ซึ่งต้องเป็นอุปกรณ์ของแท้นะ ไม่อย่างงั้นแบตเตอรี่เสื่อมของจริงแน่ๆ

 

#14

ความเชื่อ : อาหารที่ปรุงหรืออุ่นด้วยไมโครเวฟนั้นอันตราย

ความจริง : จริงๆ แล้วคลื่นไมโครเวฟแค่ทำให้น้ำในอาหารเกิดการสั่นและร้อนในเวลาที่รวดเร็ว มันไม่อันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์เลยนะ ตราบใดที่เครื่องไมโครเวฟยังอยู่ในสภาพที่ดี

 

#15

ความเชื่อ : อากาศหนาวทำให้คนเราป่วยง่ายกว่าปกติ

ความจริง : อันที่จริงอุณหภูมิที่หนาวเย็นไม่ได้ทำให้ป่วย แต่เจ้าไวรัสตัวร้ายต่างหากที่เป็นตัวการ ส่วนความหนาวที่เราพบเจอนั้นจะไปกระตุ้นให้เจ้าไวรัสที่ซ่อนตัวอยู่ในร่างกายของเราให้ทำงาน และเริ่มรุกรานร่างกาย

แต่เราจะป่วยจากการก่อกวนเหล่านี้ต่อเมื่อมันเกิดขึ้นตอนที่เราอ่อนแอ ถ้าเรามีสุขภาพดี ร่างกายของเราจะมีหน่วยยามเม็ดเลือดขาว คอยจัดการมันเองไม่ต้องห่วง

 

เครดิตข้อมูล brightside.me