10 การขุดค้นอันน่าขนลุกจากทั่วโลก ที่เกี่ยวข้องกับโครงกระดูกกับเรื่องราวอันน่าสยดสยอง

หลักฐานทางโบราณคดีที่น่าสะพรึงที่สุด เท่าที่นักสำรวจเคยค้นพบมาและนี่คือ 10 การค้นพบที่เกี่ยวข้องกับโครงกระดูกนับพันอันน่าสยดสยอง แถมด้วยข้อสันนิษฐานของเรื่องราวที่ชวนขนลุกที่สุด

 

#1

สุสานทหารไวกิ้งไร้หัวที่ดอร์เซ็ท

ในปี ค.ศ.2009 นักโบราณคดีได้ค้นพบสุสานทหารไวกิ้งไร้ศีรษะจำนวนมากโดยบังเอิญ จากการสำรวจพบว่าศพเหล่านี้อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าก่อนถูกประหารชีวิต ศพของพวกเขาถูกโยนลงไปในบ่อโคลนจนในอีกหลายร้อยปีนักโบราณคดีถึงได้ค้นพบซากโครงกระดูกเหล่านี้โดยบังเอิญ เชื่อกันว่าพวกเขาอาจถูกทหารอังกฤษในขณะนั้นจับกุมตัวและประหารชีวิต

 

#2

มัมมี่ไฟ

ทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ นักโบราณคดีได้ค้บพบถ้ำ และยังพบกับโครงกระดูกจำนวนมากภายในถ้ำ เชื่อกันว่ามันถูกใช้เป็นสุสานของชนเผ่าโบราณ โดยพวกเขามีประเพณีที่ว่า หากมีใครที่ใกล้จะเสียชีวิต เขาคนนั้นจะถูกบังคับให้ดื่มน้ำผสมเกลือ เพื่อเป็นการขจัดน้ำออกจากร่างกาย

 

หลังจากพวกเขาเสียชีวิต ร่างกายของผู้ตายจะถูกทำความสะอาดและชโลมด้วยสมุนไพร หลังจากนั้นศพของพวกเขาจะถูกนำไปวางไว้ในหลุมศพเพื่อให้น้ำระเหยออกมาให้หมด กรรมวิธีดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ ”มันมี่ไฟ” ซึ่งได้สูญหายไปหลังจากที่สเปนเข้ามาเป็นเจ้าอาณานิคมของฟิลิปปินส์

 

#3

ทางระบายน้ำมรณะ

นักโบราณคดีได้ค้นพบทางระบายน้ำใต้ดินยุคโรมัน ที่น่าตกใจก็คือมันไม่ใช่ทางระบายน้ำธรรมดา แต่มันคือทางระบายน้ำสายมรณะที่เต็มไปด้วยซากโครงกระดูกของเด็ก ที่เชื่อกันว่าเป็นลูกของโสเภณีที่ไม่ต้องการมีลูก หรืออาจเป็นคู่รักที่ไม่พร้อมมีบุตร

 

#4

มนุษย์อัลทามูรา

นี่คือโครงกระดูกที่ถูกค้นพบในถ้ำลามาลุนกา ที่กล่าวกันว่ามีความสมบูรณ์แบบเกือบทั้งร่าง เว้นเสียแต่โครงกระดูกได้ถูกปกคลุมโดยหินงอกหินย้อย จากข้อมูลที่ได้รับ กล่าวกันว่ามนุษย์อัลทามูราอาจเคยมีชีวิตระหว่าง 130,000 – 170,000 ปี ที่แล้ว เชื่อกันว่าชายผู้นี้อาจพลัดตกลงไปในถ้ำและไม่สามารถปีนขึ้นมาได้ จนทำให้เขาเสียชีวิตลง และทำให้เขากลายเป็นชายที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลกมานาน

 

#5

สุสานโบราณในเมืองเอเธนส์

ในปี ค.ศ.2016 ขณะที่รัฐบาลกรีซกำลังเคลียร์พื้นที่เพื่อเตรียมสร้างหอสมุดแห่งใหม่อยู่นั้น พวกเขาได้พบกับโครงกระดูกราว 1,500 ปี ที่น่าตกใจก็คือมีโซ่ตรวนและกุญแจมือติดอยู่ด้วย ทำให้เชื่อได้ว่าบางทีพวกเขาอาจเป็นกลุ่มกบฏที่คิดล้มล้างการปกครองของนครเอเธนส์เมื่อราว 632 ปี ก่อนคริสตกาล จึงทำให้พวกเขาทั้งหมดถูกประหารชีวิตให้ตายตกไปตามกันเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป

 

#6

สุสานทหารไวกิ้ง

สุสานทหารไวกิ้งแห่งนี้ถูกค้นพบที่ประเทศอังกฤษ จากการสำรวจพบว่ามีโครงกระดูกที่เชื่อว่าเป็นชาวไวกิ้งจำนวน 51 ราย ที่น่าตกใจคือโครงกระดูกเหล่านี้ถูกตัดศีรษะออกแล้วแยกออกจากกันทั้งหมด นักโบราณคดีกล่าวว่าบางทีพวกเขาอาจเคยเป็นชาวไวกิ้งที่เคยเข้ามารุกรานประเทศอังกฤษ ก่อนถูกชาวพื้นเมืองปราบและประหารชีวิตโดยการตัดศีรษะแล้วฝังดิน

 

#7

กรงเล็บนกดึกดำบรรพ์

นี่คือซากฟอสซิลที่มีสภาพสมบูรณ์แบบที่สุดที่พบได้ในเขตหุบเขาโอเว่น ที่ประเทศนิวซีแลนด์ นักสำรวจพบว่ากรงเล็บที่พบเป็นกรงเล็บของนกเมก้าแลบเทริส (Megalapteryx) บรรพบุรุษของนกโมอาร์ (Moa) ที่มีชีวิตในช่วงก่อนประวัติศาสตร์ เชื่อกันว่าด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้กรงเล็บของนกตัวนี้ไม่เน่าเปื่อย และมีสภาพสมบูรณ์อย่างที่เห็นในภาพ

 

#8

โครงกระดูกมือเชลยศึก

ที่เหมืองแห่งหนึ่งในประเทศอียิปต์ ได้มีการค้นพบโครงกระดูกมือขวาจำนวนมาก นักโบราณคดีเชื่อว่าโครงกระดูกมือขวาเหล่านี้เป็นของทหารฝ่ายข้าศึกที่ถูกอาณาจักรอียิปต์โบราณจับกุมตัวไว้ได้แล้วตัดมือขวาเพื่อลงโทษ ก่อนรวบรวมมือขวาที่ได้ไปฝังดิน และนักสำรวจได้เดินทางมาค้นพบในที่สุด

 

#9

มัมมี่ที่กรีดร้อง

นี่คือภาพที่ดูแล้วอาจทำให้หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าผู้โชคร้ายรายนี้ถูกทรมานด้วยการทำมัมมี่ทั้งเป็น แท้จริงแล้วมันคือความผิดพลาดของชาวอียิปต์ที่ไม่ทราบว่าคนที่ตายไปแล้ว กระดูกขากรรไกรจะแยกออกจากกะโหลกศีรษะ หากไม่ได้รับการยึดติดที่ถูกต้อง จึงทำให้มัมมี่หลายร่างมีลักษณะเหมือนคนที่ตายอย่างเจ็บปวดทรมาน

 

#10

แวมไพร์

ที่เวนิส ประเทศอิตาลี นักสำรวจได้ค้นพบกับหัวกะโหลกปริศนา เห็นชัดได้ว่ามีการยัดก้อนอิฐเข้าไปในช่องปาก นักโบราณคดีเชื่อว่านี่คือวิธีการจัดการกับคนที่ถูกสงสัยว่าเป็นแวมไพร์ ที่น่าตกใจก็คือ นักสำรวจค้นพบโครงหัวกระโหลกที่ถูกยัดก้อนอิฐหรือถูกพัฒนาการไว้เป็นจำนวนมากทั่วทวีปยุโรป เป็นไปได้หรือไม่ว่าตำนานผีดิบแวมไพร์ อาจเคยเกิดขึ้นจริงเมื่ออดีตที่ผ่านมาแล้ว

 

 

เครดิตข้อมูล spokedark.tv