ยิงทีมีชัก!! Taser Gun ปืนสุดไฮเทคใช้ไฟฟ้า 20,000 โวลท์ช็อตเป้าหมาย มันทำงานอย่างไรมาดูกัน

Taser Gun คือชื่อของปืนไฟฟ้าที่คิดค้นโดย Jack Cover นักวิจัยด้านอวกาศจาก NASA เขาเริ่มคินค้นตั้งแต่ปี 1969 โดยมีจุดประสงค์เพื่อหาอาวุธที่มีพลังที่สามารถหยุดยั้งเป้าหมายให้สงบได้ แต่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต

 

Jack ใช้เวลากว่า 5 ปี ในการทดลองและพัฒนาจนออกมาเป็น Taser Gun กระบอกแรกในปี 1974 จากนั้นปืนชนิดนี้ก็ได้ถูกนำไปใช้ในหน่วยงานราชการที่ต้องพกพาอาวุธเพื่อป้องกันตัวและระงับเหตุในอเมริกา และต่อมาก็แพร่หลายไปเกือบทั่วโลก

 

ปืนชนิดนี้นิยมใช้ในการหยุดคนร้ายที่พยามหลบหนีหรือใช้อาวุธจี้ตัวประกันเพื่อให้กล้ามเนื้อหยุดทำงานชั่วคราว

 

ปืนไฟฟ้า Taser Gun สามารถยิงได้ครั้งละ 1 นัด (หรือมากกว่านั้นแล้วแต่รุ่น) โดยกระสุน 1 นัดนั้นจะมีลูกดอกที่เชื่อมด้วยสายลวดเพื่อเป็นตัวนำไฟฟ้า เมื่อลูกกระสุนพุ่งเข้าไปที่ผิวหนังของเหยื่อก็จะเกี่ยวติดและหลังจากนั้นผู้ที่ยิงจะเป็นคนกดไกปืนเพื่อช็อตเป้าหมาย

 

ซึ่งในการช็อตแต่ละครั้งนั้นก็มีอันตรายเช่นกันเพราะมีกำลังไฟฟ้าถึง 20,000 โวลท์ หากกดช็อตนานเกินไปด้วยความแรงขนาดนี้เป้าหมายก็อาจจะเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจล้มเหลวได้ จึงถือว่าเป็นอาวุธที่มีความอันตรายไม่ต่างจากปืนธรรมดา

 

ในสหรัฐอเมริกาผู้ที่ใช้ Taser Gun ต้องเข้ารับการฝึกฝนจนได้รับใบอนุญาตก่อนถึงจะสามารถใช้งานได้ โดยการอบรมนั้นผู้เข้าอบรมจะได้ทดลองยิงและทดลองเป็นคนที่ถูกยิงด้วย

 

ปัจจุบัน Taser Gun ได้พัฒนาให้มีหลายรูปแบบ เช่น หัวกระสุนของปืนลูกซองขนาด 12 Gauge เพื่อเพิ่มระยะในการยิงให้ได้ไกลมากขึ้น ในส่วนปืนที่เปิดขายให้กับประชาชนในอเมริกานั้นทาง Taser ได้ลดกำลังไฟลง และลดระยะยิงให้เหลือไม่เกิน 5 เมตรเท่านั้น (ส่วนของเจ้าหน้าที่สามารถยิงได้ไกลถึง 10 เมตร) ซึ่งก็ถือว่าสมควรแก่การป้องกันตัวในระดับหนึ่ง

 

ชมคลิปการทดสอบ Taser Gun

 

ด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมทำให้ในปัจจุบันปืนชนิดนี้จึงเป็นปืนคู่กายของตำรวจหลายๆ ประเทศทั่วโลก

 

เครดิตข้อมูล SpokeDark.TV