5 เรื่องจริงในประวัติศาสตร์ ที่คนอดอยากจนต้องหันมากินเนื้อคนด้วยกันเอง

สมัยช่วงยุคกลาง ภาวะวิกฤติอดอยากแพร่กระจายไปทั่วโลก จำนวนประชากรมนุษย์ก็ลดลงอย่างมากทั้งจากโรคติดต่อ สภาพอากาศที่เลวร้าย และความหิวโหยอันไร้ที่สิ้นสุด และเมื่อหิว มนุษย์เราก็สามารถกินอะไรก็ได้ที่เป็นอาหารได้ รวมถึงเนื้อมนุษย์ ซึ่งในประวัติศาสตร์ก็ได้บันทึกเหตุการณ์มนุษย์กินคนในช่วงภาวะวิกฤตอดอยากเหล่านี้เอาไว้มากมาย

 

#1

Jiabiangou Labor Camp

Jiabiangou คือ อดีตค่ายผู้ใช้แรงงานในตั้งอยู่ในเขตทะเลทรายของมณฑลกานซู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน มีการใช้งานจริงในปี 1957-1961 และเป็นที่กักขังนักโทษทางการเมืองเอาไว้กว่า 3,000 ชีวิต คุกแห่งนี้แต่เดิมสร้างขึ้นเพื่อรองรับนักโทษ 40-50 คนเท่านั้น

 

จนถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 1960 ก็ได้เกิดวิกฤติอดอยากครั้งใหญ่ ที่ทำให้คนในค่ายต้องกินใบไม้ เปลือกต้นไม้ หนอน แมลง หนู มูลสัตว์ และในที่สุดก็หันมากินเนื้อมนุษย์ด้วยกันเอง

 

เมื่อถึงปี 1961 นักโทษ 2,500 คน จาก 3,000 ได้ล้มตายลง อีก 500 คนที่เหลือต้องเอาชีวิตรอดด้วยการกินเนื้อเพื่อนนักโทษที่เสียชีวิตแล้ว ซึ่งซากศพเหล่านี้ก็ผอมโซจนแทบจะไม่มีเนื้อให้กินเช่นกัน

 

#2

Starving Time in Jamestown

Jamestown คือที่ตั้งรกรากแห่งแรกของชาวอังกฤษบนแผ่นดินอเมริกา สร้างขึ้นโดยบริษัท Virginia Company of London และทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงของอาณานิคมแห่งนี้จนถึงปี 1699

 

โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ Tsenacommacah ซึ่งมีชาวอเมริกันพื้นเมืองอาศัยอยู่ราว 14,000 คน ชาวอาณานิคมจำเป็นต้องค้าขายอาหารกับชาวพื้นเมือง แต่ก็เกิดความขัดแย้งกันขึ้นทำให้การค้านี้ต้องจบลงตามไปด้วย

 

และในปี 1609 เรือบรรทุกเสบียงจากอังกฤษลำที่ 3 ล่มลงกลางทะเล ซึ่งเรือลำนี้เป็นลำที่ขนส่งเสบียงอาหารส่วนใหญ่ของเมือง Jamestown การที่เรือล่มทำให้ชาวเมืองไม่มีเสบียงอาหารสำหรับฤดูหนาวเลย

 

เมื่อฤดูหนาวในปี 1609 มาถึง ชาวเมือง Jamestown ต้องประสบกับภาวะอดอยากอย่างรุนแรง และกลายมาเป็นที่รู้จักกันในชื่อเรียกว่า Starving Time ชาวเมืองจำนวนมากเสียชีวิต เมื่อถึงปี 1610 มีผู้รอดชีวิตเพียง 60 คน จาก 500 คนเท่านั้น

 

ซึ่งในระหว่างช่วงวิกฤตความอดอยากนี้เอง ที่ชาวเมืองบางคนได้หันมากินเนื้อคน มีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ที่ถูกสับด้วยมีดสับเนื้อ และกะโหลกศรีษะของสตรีผู้หนึ่งที่ถูกเจาะจากด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการนำสมองของเธอออกมา

 

#3

Great Famine of 1315

ภาวะอดอยากสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในทวีปยุโยคในช่วงยุคกลาง ซึ่งมักจะมีสาเหตุมาจากการเพาะปลูกที่ไม่ได้ผล จำนวนประชากรที่มากเกินไป และโรคติดต่ออย่างกาฬโรค

 

ในช่วงนี้เอง สหราชอาณาจักรมีเหตุการกินเนื้อคนปรากฎขึ้นทั้งหมด 95 ครั้ง ทำให้ชาวอังกฤษในช่วงนั้นมีอายุขัยเพียง 17.33 ปีเท่านั้น ในปี 1315 ราคาอาหารสูงขึ้นจนน่าตกใจ ในบ้างพื้นที่อาหารมีราคาสูงขึ้นถึง 320% และทำให้ประชาชนนับพันต้องจบชีวิตลง ภาวะอดอยากนี้ได้คร่าชีวิตนับล้านไปในช่วงเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น

 

ในช่วงภาวะวิกฤติความอดอยากนี้ กฎเกณฑ์ทางสังคมพังทลายลง เด็กๆ จำนวนมากถูกทอดทิ้ง เทพนิยายชื่อดังอย่าง ฮันเซลและเกรเทล ก็ถือกำเนิดขึ้นในช่วงนี้เอง ด้วยความหิวโหย พ่อแม่บางคนฆ่าลูกของตัวเองเป็นอาหาร และแม้ว่าจะไม่มีบันทึกอย่างเป็นทางการ แต่นักโทษจำนวนไม่น้อยก็จำเป็นต้องกินเนื้อของเพื่อนร่วมคุกที่เสียชีวิตแล้ว และยังมีการจับกุมคนที่พยายามขโมยศพจากสุสานอีกด้วย

 

#4

Siege of Leningrad

เดือนมิถุนายนปี 1941 กองทัพนาซีของเยอรมันบุกโจมตีสหภาพโซเวียต และเริ่มต้นปฏิบัติการบาร์บารอสซ่า ซึ่งเป็นการโจมตีทางการทหารที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

 

ในการโจมตีเมือง Leningrad ทหารเยอรมันได้ปิดล้อมเมืองเป็นเวลานาน 872 วัน โดยใช้มาตรการอดอาหาร และตัดขาดเสบียงทั้งหมดที่มีการขนส่งไปยังเมือง ชาวโซเวียตถูกบังคับให้ต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีเชื้อเพลิง อาหาร หรือน้ำ การปิดล้อมครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการทำลายชีวิตในเขตเมืองครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประวัติศาสตร์ยุคใหม่ มีประชากรราว 1.5 ล้านคนตายจากการปิดล้อมครั้งนี้ และชาวเมือง Leningrad จำนวนทั้งหมด 3-3.5 ล้านคนก็เหลือรอดชีวิตเพียง 700,000 คนเท่านั้น

 

เมื่อการปิดล้อมเริ่มขึ้นได้ไม่นาน ร้านอาหารทั้งหมดในเมืองก็ปิดร้าน การแบ่งปันอาหารคือทางรอดเพียงทางเดียวของชาวเมือง เงินกลายเป็นสิ่งไร้ค่า และมีอาชญากรที่รวมกลุ่มกันเพื่อขโมยอาหารเพิ่มมากขึ้น ผู้คนต่างพยายามลองกินสิ่งของต่างๆ ซึ่งรวมถึงแป้งเปียก หนังสัตว์ ขนสัตว์ ลิปสติก และยารักษาโรค แต่เนื่องจากไม่มีการจัดการที่ดี ทำให้กฎของเมืองถูกทำลายลง และมีรายงานถึงการกินเนื้อมนุษย์เผยแพร่ออกมา

 

ตำรวจจำเป็นต้องจัดตั้งกองกำลังพิเศษเพื่อต่อสู้กับเหล่านักล่า นอกจากความหวาดกลัวเรื่องการถูกทิ้งระเบิดแล้ว ครอบครัวต่างๆ ยังต้องทนรับกับความเสี่ยงว่าอาจจะถูกสะกดรอยและฆ่าเพื่อกินเนื้ออีกด้วย

 

#5

The Great Hunger (Ireland)

The Great Hunger คือช่วงเวลาแห่งความอดอยากที่กินพื้นที่กว้างในไอร์แลนด์ในปี 1845 และปี 1852 ปัญหาความอดอยากในไอร์แลนด์ก็เหมือนกับภาวะอดอยากส่วนใหญ่ นั่นคือนอกเหนือจากภาวะขาดแคลนอาหารแล้ว การตัดสินใจแย่ๆ จากรัฐบาลก็ทำให้มันยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

 

แม้ว่าจะมีคนอดตายแล้วถึงกว่าล้านคน และมีผู้อพยพชาวไอร์แลนด์ในช่วงนี้อีกล้านคน รัฐบาลอังกฤษก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ ภาวะอดอยากในครั้งนี้ได้เปลี่ยนสภาพภูมิศาสตร์ประชากรและอาณาเขตทางการเมืองของไอร์แลนด์ไปอย่างถาวร และยังเป็นเหตุที่นำไปสู่การประกาศอิสระภาพของชาวไอริชอีกด้วย

 

ในปี 2012 อาจารย์ Cormac O’Grada จาก University College Dublin ได้ตั้งข้อสังเกตุว่า มีการกินเนื้อคนเกิดขึ้นในช่วง The Great Hunger โดย O’Grada ระบุถึงรายงานการกินเนื้อคนจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมถึงเรื่องราวของ John Connolly ที่กินเนื้อจากร่างไร้วิญญาณของลูกชายตัวเอง

 

รายงานอีกฉบับหนึ่งมาจากปี 1849 ระบุว่า ชายผู้หิวโหยคนหนึ่งได้ “เฉือนเอาตับและหัวใจออกจากร่างของมนุษย์ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือล่ม” ที่พบบนชายฝั่ง บางตัวอย่างมีการอ้างถึง ความหิวโหยอย่างรุนแรง อันเป็นสาเหตุที่ทำให้มีคนกินสมาชิกในครอบครัว

 

เครดิตข้อมูล daily.rabbit.co.th