Little Boy & Fatman คู่โหดมหาประลัย ที่ทำให้สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง

ลิตเติลบอย (Little Boy) และ แฟตแมน (Fatman) คือชื่อเรียก “ระเบิดปรมาณู” (นิวเคลียร์) ที่ใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และถือว่าเป็นการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ เรามาย้อนประวัติศาสตร์น่ารู้กันดีกว่า

1_display

 

มารู้จักอาวุธนิวเคลียร์

อาวุธนิวเคลียร์ เป็นวัตถุระเบิดซึ่งมีอำนาจทำลายล้างมาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ไม่ว่าจะเป็นปฏิกิริยาฟิชชัน หรือฟิชชันและฟิวชันรวมกัน ปฏิกิริยาทั้งสองปลดปล่อยพลังงานปริมาณมหาศาลจากสสารปริมาณค่อนข้างน้อย

np03

 

ดังนั้นอาวุธนิวเคลียร์ลูกเล็กๆ ที่ขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าระเบิดธรรมดา สามารถทำลายล้างเมืองทั้งเมืองได้ ด้วยแรงระเบิด ไฟและกัมมันตรังสี อาวุธนิวเคลียร์ถูกพิจารณาว่าเป็นอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง และการใช้และควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ได้กลายเป็นจุดสนใจสำคัญของนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนับแต่ถือกำเนิดขึ้น

 

เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของ Little Boy และ Fatman คู่โหดมหาประลัย

ภายหลังจากการโจมตีทิ้งระเบิดเพลิงตามเมืองต่างๆ 67 เมืองของญี่ปุ่นอย่างหนักหน่วงเป็นเวลาติดต่อกันถึง 6 เดือน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา “แฮร์รี เอส. ทรูแมน” ก็มีคำสั่งให้ใช้ระเบิดนิวเคลียร์ถล่มเมืองฮิโระชิมะและนะงะซะกิ และคำสั่งนี้จะเป็นหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์เพราะเป็นการใช้ “ระเบิดนิวเคลียร์ครั้งแรกในสงคราม”

ลิตเติลบอย (Little Boy)

Little_boy

 

แฟตแมน (Fatman)

61-56

 

แฮร์รี เอส. ทรูแมน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

Truman

 

6 สิงหาคม ปี 1945

ระเบิดนิวเคลียร์ที่มีชื่อเรียกว่า “เด็กน้อย” หรือ “ลิตเติลบอย” ถูกทิ้งใส่เมืองฮิโระชิมะในวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม ปี 1945

9 สิงหาคม ปี 1945

หลังจากทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรกได้ 3 วัน ก็ถึงคิวลูกที่ 2 ที่ชื่อว่า “ชายอ้วน” หรือ “แฟตแมน” โดยเป้าหมายคือเมืองนะงะซะกิโดยให้จุดระเบิดที่ระดับสูงเหนือเมืองเล็กน้อย นับเป็นระเบิดนิวเคลียร์เพียง 2 ลูกเท่านั้นที่นำมาใช้ในประวัติศาสตร์การทำสงคราม

B-29 Superfortress สมญาปีศาจสีเงิน เครื่องบินรุ่นนี้แหละที่ทิ้งนิวเคลียร์ลงญี่ปุ่น

1220562991

 

เมฆรูปเห็ดสูง 18 กิโลเมตร ที่เกิดจากอาวุธนิวเคลียร์ ที่ถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่น เมื่อปี 1945 ปลายสงครามโลกครั้งที่สอง

800px-Nagasakibomb

 

hiroshima-bombing

 

ความเสียหาย

การระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตที่ฮิโระชิมะ 140,000 คนและที่นะงะซะกิ 80,000 คนโดยทั้งหมดนับถึงปลายปี 1945 เท่านั้น และจำนวนคนที่เสียชีวิตทันทีในวันที่ระเบิดมีจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนที่กล่าวนี้

และในระยะต่อมาก็ยังมีผู้เสียชีวิตด้วยการบาดเจ็บหรือจากการรับกัมมันตรังสีที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากการระเบิดอีกนับหมื่นคน จากข้อมูลล่าสุดมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ราว 400,000 คน ผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดในทั้ง 2 เมืองเป็นพลเรือน

แรงระเบิดทำให้ผู้คนในเมืองตายเกือบทั้งหมด

_78779838_3313730

 

150803-hiroshima-aftermath-12p_7b60cbe2619912a12592539c8b2895c8.nbcnews-ux-2880-1000

 

hiroshima-japan-after-the-nuclear-bomb-little-boy-was-dropped-by-a-egrn8e

 

หลังการทิ้งระเบิดลูกที่สองเป็นเวลา 6 วัน

ญี่ปุ่นประกาศตกลงยอมแพ้สงครามต่อฝ่ายพันธมิตรเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ปี 1945 และลงนามในตราสารประกาศยอมแพ้สงครามมหาสมุทรแปซิฟิกที่นับเป็นการยุติสงครามโลกครั้งที่สอง อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 กันยายน ปี 1945 (นาซีเยอรมนีลงนามตราสารประกาศยอมแพ้และยุติสงครามโลกครั้งที่สองในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ปี 1945) การทิ้งระเบิดทั้งสองลูกดังกล่าวมีส่วนทำให้ประเทศญี่ปุ่นต้องยอมรับหลักการ 3 ข้อว่าด้วยการห้ามมีอาวุธนิวเคลียร์

 

สหพันธ์นักวิทยาศาสตร์อเมริกาประเมินว่ามีหัวรบนิวเคลียร์กว่า 15,700 หัวทั่วโลกใน ปี 2015 โดยมีราว 4,120 หัวถูกเก็บไว้ในสถานะ “ปฏิบัติการ” คือ พร้อมใช้งานได้ทันที จากจำนวนที่เห็นถ้าเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้นมาโลกคงถึงขั้น “อวสาร” อย่างแน่นอน

X6911426-33

 

 

 

เครดิต wikipedia