10 ผลวิจัยสุดฮาที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้แต่มันก็เป็นไปแล้ว

ในปัจจุบันเป็นยุคที่เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก จึงมีการสำรวจค้นคว้าสิ่งต่างๆ ขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติเป็นอย่างมาก แต่ก็มีการสำรวจหลายอย่างเช่นกันที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ แต่กลับมีคนศึกษาค้นคว้าวิจัยอยู่จริง ซึ่งการสำรวจเหล่านี้จะฮา และเป็นประโยชน์แค่ไหนนั้น มาชมกันเลย

 

#1

ยกทรงป้องกันก๊าซพิษ

เอลีนา บอดนาร์ เป็นผู้คว้ารางวัล อิกโนเบล สาขาสาธารณสุข ปี 2009 ได้ค้นพบว่า ยกทรงสามารถนำมาทำเป็นหน้ากากป้องกันก๊าซพิษฉุกเฉินได้ถึง 2 ชิ้น

1

 

1-1

 

#2

เลื่อนขั้นพนักงานโดยการสุ่ม

แนวคิดวิจัยของ อเลซซานโดร พูลชิโน, อันเดรีย ราพิซาร์ดา และเคซาเร กาโรฟาโล คว้ารางวัลอิกโนเบล สาขาการจัดการประจำปี 2010

 

โดยพวกเขาแสดงให้เห็นทางคณิตศาสตร์ว่า องค์กรแต่ละแห่งจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากใช้วิธีเลื่อนขั้นพนักงานโดยวิธีการสุ่ม (แบบนี้ก็ได้หรอ…….)

คุณ คุณ คุณนั่นแหละ ได้รับการสุ่มให้เลื่อนตำแหน่ง (จงภูมิใจซะ)

%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5-1

 

#3

องคชาตขาดก็ต่อกลับได้

นี่เป็นผลงานของชาวไทยที่สามารถคว้ารางวัลโนเบลประจำปี 2013 สาขาสาธารณสุข โดยการรายงานเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัดต่อคืนองคชาตที่ถูกเฉือนขาด และระบุประสบการณ์การรักษาไว้ในรายงาน แต่ทว่าเทคนิคเหล่านั้นจะใช้ไม่ได้ ในกรณีที่องคชาตขาด แถมยังโดนเป็ดกินไปบางส่วน

3-1

 

3

 

#4

แบคทีเรียในอึนำมาทำไส้กรอกได้

ราเกวล รูบิโอ และคณะจากสเปน ซึ่งได้รับรางวัลอิกโนเบลประจำปี 2014 สาขาโภชนศาสตร์ ได้ศึกษาค้นคว้าลักษณะเฉพาะของแบคทีเรีย ที่สร้างกรดแลคติกในอุจจาระของทารก เพื่อนำมาใช้เป็นจุลินทรีย์ตั้งต้นในการผลิตไส้กรอกหมัก

ohue-02

 

4

 

#5

40% ของประชาชน เลือกจะช่วยสุนัขของตัวเองมากกว่าจะช่วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ถ้ามีรถคันหนึ่งเล่นมาด้วยความเร็วสูง และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ซึ่งในที่เกิดเหตุนั้นมีสุนัขของคุณ กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยืนอยู่ในจุดอันตราย และคุณสามารถช่วยได้แค่ 1 คน/ตัว เท่านั้น คุณจะเลือกอะไร

5

 

ผลปรากฎว่า 40% เลือกจะช่วยสุนัขของตัวเองมากกว่าที่จะช่วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และถ้าเป็นผู้หญิงเปอร์เซ็นต์จะพุ่งกระฉูดไปที่ 45% เลยทีเดียว

ภาพตัวอย่างของนักท่องเที่ยวบางส่วน

sanya-footbath-1

 

#6

1 ใน 5 ของชาวอังกฤษ ต้องการมีเซ็กซ์กับหุ่นยนต์

การสำรวจในปี 2014 ของมหาวิทยาลัย Middlesex University กว่า 2,000 คนในสหราชอาณาจักรพบว่า พวกเขายินดีที่จะมีเซ็กส์กับหุ่นยนต์ และอีก 33% เชื่อว่าวันหนึ่งโรบอตจะเข้ามาแทนที่ ครู ทหาร รวมถึงตำรวจ

6

 

นี่อาจจะเป็นโรบอทในอนาคตได้เช่นกัน

image

 

#7

1 ใน 4 ของชาวอเมริกันคิดว่า ดวงอาทิตย์โคจรรอบโลก

โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ หรือ ดวงอาทิตย์โคจรรอบโลก เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่เรียนกันมาตั้งแต่สมัยประถม แต่ชาวอเมริกันประมาณ 26% เชื่อว่าดวงอาทิตย์โคจรรอบโลก

7

 

join_sunclan_by_thebeautifulparrot-d4fby6b

 

#8

51% ของชาวอเมริกันคิดว่า ฟ้าผ่าจะทำให้ระบบ Cloud Computing เสียหายได้

จากการสำรวจของ Wakefield Research ในปี 2012 ชาวอเมริกันกว่า 1,000 คน เชื่อว่า Cloud Computing คือ เมฆจริงๆ

113811

 

และสภาพอากาศฝนฟ้าคะนอง มีเมฆมากในบางพื้นที่นั้น มีผลกระทบต่อระบบ ทำให้ไฟล์บางไฟล์เกิดความเสียหายได้ ทั้งที่จริงๆ แล้ว Cloud Computing มันเป็นระบบประมวลผลบนโลกออนไลน์เท่านั้นเอง

8

 

#9

1 ใน 4 ของคนอเมริกาเชื่อว่า พระเจ้าเป็นผู้บันดาลผลฟุตบอล

จากการสำรวจทางโทรศัพท์ ชาวอเมริกันจำนวน 1,033 คน โดยสถาบัน “Public Religion Research Institute” หรือ PRRI ในปี 2013 พบว่า มากกว่าครึ่งเชื่อว่า พระเจ้าเป็นคนกำหนดทีมที่จะชนะในการแข่งขันกีฬา

maxresdefault

 

9

 

#10

1 ใน 10 คน คิดว่า HTML คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

HTML (Hypertext Markup Language) คือ ภาษามาร์กอัปที่ใช้ในการสร้างเว็บเพจ แต่จากการสำรวจความรู้ในการใช้เทคโนโลยีจากเว็บไซต์ Vouchercloud.net

 

ผลปรากฏว่า 11% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่า HTML คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และยังมีข้อค้นพบสุดฮาอีกหลายอย่าง เช่น กิกะไบต์ เป็น แมลงที่พบได้ทั่วไปในทวีปอเมริกาใต้, “MP3” คือ หุ่นยนต์ในสตาร์วอร์ และ “Blu-ray” คือสัตว์น้อยน่ารักใต้ท้องทะเล เป็นต้น

10

 

MP3 คือหุ่นยนต์ในสตาร์วอร์ (ใช่เรอะ)

why-luke-skywalker-left-r2d2-behind-in-star-wars-7-the-force-awakens-797755

 

 

เครดิตข้อมูล toptenthailand.com