9 โรคมรณะที่โหดร้ายและรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

บนโลกของเรานั้นมีโรคต่างๆ มากมาย หลายๆ โรคแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว อาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต อีกทั้งบางโรคไม่มีทางรักษาให้หายได้ ถึงแม้วิทยาการทางการแพทย์ในปัจจุบันจะมีความก้าวหน้าไปมากแล้วก็ตาม สำหรับบทความนี้เราจะพาไปดู 9 โรคมรณะที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

o-ebola-virus-facebook

 

#1 โรคเอดส์ (AIDS)

เชื้อแพร่กระจาย : ไวรัส HIV

โรคเอดส์ (AIDS) คือโรคระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องโดยเชื้อไวรัส HIV นั้น จะเป็นตัวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ในร่างกายทำงานไม่สมบูรณ์ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย

1

 

โดยพบครั้งแรกในปี 1981 ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดจากการใช้เข็มฉีดยา และการร่วมเพศ จากนั้นก็พบกลุ่มคนที่ติดเชื้อนี้อยู่เรื่อยมา ซึ่งสาเหตุของการติดเชื้อคือ การมีเพศสัมพันธ์ ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสัมผัสน้ำคัดหลั่งเช่น น้ำมูก น้ำลาย และการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก

เอดส์

 

โดยโรคนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะคือ

ระยะที่ 1 เมื่อได้รับเชื้อจะไม่เกิดอาการ ร่างกายสมบูรณ์ทุกประการ แต่อาจเจ็บป่วยบ้างเล็กน้อย ซึ่งจะอยู่ในระยะนี้ 2-3 ปี บางรายอาจนานถึง 10 ปี ก่อนเข้าสู่ระยะถัดไป ถึงแม้จะไม่มีอาการแต่ผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระยะนี้ก็จะสามารถแพร่เชื้อให้กับบุคคลอื่นได้

aids

 

ระยะที่ 2 ผลเลือดเป็นบวก มีอาการท้องเสียเรื้อรัง ต่อมน้ำเหลืองโต เกิดฝ้าขาวในปากและลำคอ

f2

 

ระยะที่ 3 ระยะสุดท้ายเป็นระยะเอดส์เต็มขั้น เม็ดเลือดขาวถูกทำลายจนเกือบหมด ทำให้เกิดการติดเชื้อซึ่งปกติไม่เป็น เรียกว่า โรคฉวยโอกาส ซึ่งมีมากมายหลากหลายโรคแล้วแต่ว่าจะโดนสุ่มเป็นโรคอะไร

maxresdefault

 

การรักษาโรคดเอดส์ปัจจุบันไม่มีเซรุ่มรักษาโดยตรง มีแต่การใช้ยาต้านไวรัสเท่านั้น ส่วนใหญ่มักดื้อยาและใช้ไม่ได้ผล
แต่ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาจะมีเวลาให้หายใจได้แค่ 9-11 ปี เท่านั้น ในปี 2012 มีการประเมินจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV
ซึ่งมีมากถึง 35.3 ล้านคนจากทั่วโลกเลยทีเดียว

 

#2 กาฬโรค (Plague)

เชื้อแพร่กระจาย: เยอร์ซิเนีย เปสติส (Yersinia pestis)

กาฬโรค (Plague) เป็นโรคที่ทำลายร้างมนุษย์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ เกิดจาการติดเชื่อของแบคทีเรียเยอร์ซิเนีย เปสติส พบครั้งแรกที่จีนแล้วแพร่ไปยังจักรวรรดิโรมันและฝรั่งเศส ทำให้ประชากรทั่วโลกลดลงถึง 50%

2

 

กาฬโรคแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วโดยมีสัตว์จำพวกฟันแทะและหมัดเป็นพาหะนำโรค ทั้งยังแพร่กระจายเชื้อได้ในทั้งอากาศและการสัมผัสโดยตรงหรือจากอาหาร และวัตถุที่ปนเปื้อน

150623163110-02-plague-explainer-0623-super-169

 

ความรุนแรงของโรคแบ่งออกเป็น 3 แบบคือ

1. ต่อมน้ำเหลืองโตพบตามบริเวณขาหนีบ รักแร้ อาจปวดมากจนขยับแขนขาไม่ได้

2. เป็นไข้ ช็อค มีเลือดออกตามปาก จมูก และก้น

3. เป็นไข้ ไอ อาเจียน เจ็บหน้าอก (อาการเบาที่สุด)

_86098999_49104de1-36d8-4433-86b0-353c5ff6f4df

 

แต่น่าเสียดาย เพราะกาฬโรคแบบที่ 3 นี้พบได้น้อยที่สุด ปัจจุบันนี้กาฬโรครักษาให้หายได้ถ้าตรวจพบเร็ว โดยใให้ยาปฏิชีวนะก็สามารถหายเป็นปกติได้ แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนนะเหรอ ตายสถานเดียว!!

 

#3 ฝีดาษ (Smallpox)

เชื้อแพร่กระจาย: วาริโอลา เมเจอร์ (Variola major) และ วาริโอลา ไมเนอร์ (Variola minor)

ฝีดาษ (Smallpox) เกิดจากเชื้อที่มีชื่อน่ารักๆ ว่า วาริโอลา เมเจอร์ และวาริโอลา ไมเนอร์ แต่ความรุนแรงของมันไม่น่ารักเอาเสียเลยเพราะเจ้าสองศรีพี่น้องเมเจอร์และไมเนอร์ คือตัวการที่ทำให้ฟาโรห์รามเสส ที่ 5 แห่งอียิปต์โบราณสวรรคต ต่อมาเชื้อแพร่กระจายไปยังจีนและญี่ปุ่น ทำให้คน 1 ใน 3 ของประเทศเสียชีวิต

pustular_eruption_of_smallpox_on_face_wellcome_l0032959

 

ทั้งยังกระจายไปในอินเดียและทั่วทวีปยุโรปโดยเฉลี่ยตายปีละกว่า 400,000 คน ฝีดาษสามารถติดต่อได้ทางน้ำมูก น้ำลาย และการสัมผัสกับผิวหนังที่เป็นแผลฝีดาษ

download

 

อาการของโรคนี้จะเริ่มตั้งแต่การปวดตามกล้ามเนื้อ ไข้ขึ้นสูง อาเจียน บางรายมีผื่นแดงขึ้นตามแขนและขา จากนั้นเป็นระยะออกผื่นจะเกิดตุ่มขึ้นตามใบหน้า ลามไปตามแขน หลัง และขา ตุ่มจะโตเรื่อยๆ จนแห้งและตกสะเก็ด เมื่อหายแล้วอาจเกิดแผลตามตัวและใบหน้าได้

images

 

โรคฝีดาษนี้ถูกยับยั้งด้วยการฉีดวัคซีนต้านตั้งแต่ทศวรรษที่ 19-20 จากองค์การอนามัยโลก และประกาศว่าโรคฝีดาษได้หมดจากโลกใบนี้ไปแล้วในปี 1979

boy

 

#4 อหิวาตกโรค (Cholera)

เชื้อแพร่กระจาย: ไวบริโอ คอเลอรา (Vibrio cholerae)

อหิวาตกโรค (Cholera) คร่าชีวิตคนทั่วโลกไป 3-5 ล้านคน เฉลี่ยเสียชีวิตประมาณ 100,000 – 130,000 คนต่อปี
โดยระบาดครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย แล้วแพร่สู่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, จีน, ญี่ปุ่น, ตะวันออกกลาง และรัสเซียตอนใต้ภายในปีเดียว

em_leo_7-02b_vibrio_cholerae_jpg

 

จากนั้นเกิดการระบาดครั้งใหญ่อีกครั้งในสหรัฐฯ และยุโรป อหิวาตกโรคจึงกลายเป็นโรคระบาดที่อันตรายต่อมนุษย์มากที่สุดในศตวรรษที่ 19

4

 

อาการของโรค ผู้ป่วยจะมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง อุจจาระเหลวเป็นน้ำ มีอาการขาดน้ำบางรายถึงขั้นช๊อคได้
ซึ่งโรคนี้ติดต่อได้จากการกินน้ำหรืออาหารที่สุกๆ ดิบๆ ปนเปื้อน ไม่สะอาด อหิวาตกโรคเคยเป็นภัยคุกคามต่อประเทศทั่วโลก แต่ในปัจจุบันเป็นแทบจะไม่เป็นอันตรายเลย เพราะเรามีคาถาสุดขลังคือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ

drccholeraforstorypage

 

#5 มะเร็ง (cancer)

เชื้อแพร่กระจาย: ไม่ระบุ

มะเร็ง (cancer) เป็นโรคที่โคตรน่ากลัวเพราะมันจะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เดาใจมันไม่ถูก แถมยังเป็นได้ทุกส่วนตั้งแต่สมองยันกระดูก รวมถึงเซลล์ทุกเซลล์ที่มีอยู่ในร่างกาย โดยมะเร็งที่พบในร่างกายมนุษย์มีมากกว่า 100 ชนิดด้วยกัน

5

 

โรคมะเร็งเกิดจากความผิดปกติของ DNA หรือสารพันธุกรรม ทำให้เซลล์แบ่งตัวเพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปกติ ทำให้เกิดเนื้องอกตามอวัยวะต่างๆตามร่างกาย เช่น ถ้ามีเนื้องอกที่ปอด ก็จะเรียกมะเร็งปอด ซึ่งโรคนี้อาจเกิดจากเชื้อโรคบางชนิด สารเคมี หรือการดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ก็ได้ ความน่ากลัวที่สุดของโรคนี้ก็คือมันจะแสดงอาการต่อเมื่อผู้ป่วยอยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว ซึ่งโอกาสรอดแทบจะไม่มี

_83307904_m1320644-lung_cancer_cell_division_sem-spl

 

#6 ไข้หวัดใหญ่ หรือไข้หวัดนก (Avian influenza or Bird flu)

เชื้อแพร่กระจาย: H5N1

ไข้หวัดใหญ่ หรือไข้หวัดนก (Avian influenza or Bird flu) เป็นโรคติดเชื้อทางเดินระบบหายใจที่เกิดการระบาดครั้งใหญ่เกือบทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย และเพื่อนข้างเคียงที่โดนกันไปตามๆ กัน

6

 

ซึ่งเชื่อไวรัสนี้จะพบในสัตว์ปีก หากยังจำได้ ในตอนนั้นเกือบทั้งประเทศไม่มีใครกล้าแตะไก่หรือไข่แม้แต่นิดเดียว เกษตรกรที่เลี้ยงแทบจะฆ่าไก่กันยกเล้า โชคยังดีที่เชื้อแพร่จากไก่สู่คน ไม่แพร่ในคนสู่คน ทำให้การควบคุมโรคทำได้ง่าย

avian-influenza-or-bird-flu

 

#7 โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (Severe Acute Respiratory syndrome: SARS)

เชื้อแพร่กระจาย: เชื้อไวรัสโคโรนา coronavirus (SARS-CoV)

โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (Severe Acute Respiratory syndrome: SARS) เป็นโรคที่เพิ่งเกิดใหม่ ซึ่งสถานที่แรกคลอดคือประเทศจีนปี 2002 โรคนี้สามารถติดต่อได้ง่ายจากการใกล้ชิดกับผู้ป่วย การสัมผัสน้ำมูกน้ำลาย และการหายใจร่วมกัน

7

 

โดยคนที่เป็นโรคซาร์จะมีอาการไข้ขึ้นสูง หนาวสั่น ปวดศีรษะบางรายหายใจลำบากหรือหอบด้วย โดยผู้ที่ติดเชื้อมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 60% แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการหลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยงในการติดเชื้อ และลดโอกาสการติดเชื้อด้วยการสวมผ้าปิดปาก

sars_cov_halo

 

#8 เมิร์สคอฟ (Middle East respiratory syndrome corona virus: MERS-CoV)

เชื้อแพร่กระจาย: MERS-CoV หรือเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ตะวันออกกลาง

เมิร์สคอฟ (Middle East respiratory syndrome corona virus: MERS-CoV) โรคหวัดสายพันธุ์ใหม่ที่ใกล้เคียงกับซาร์สแต่รุนแรงกว่าและยังไม่มีทางรักษา เชื้อไวรัสนี้ต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ไม่สามารถระบุให้ชัดเจนได้ว่าเชื้อมันมาจากคนหรือสัตว์กันแน่ แต่เชื้อมีความใกล้เคียงกับไวรัสโครานาของค้างคาว

8

 

โดยองค์กรอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ยืนยันจำนวนผู้ป่วยทั้งสิ้น 238 ราย เสียชีวิต 92 ราย และพบผู้ป่วยเมิร์สคอฟอย่างต่อเนื่องใน 13 ประเทศ ได้แก่ จอร์แดน, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, อังกฤษ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ตูนีเซีย, เยอรมนี, อิตาลี, โอมาน, คูเวต, ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย แต่โชคยังดีที่เชื้อไวรัสนี้ยังไม่หลุดรอดเข้ามาในไทย

download-1

 

#9 อีโบลา (Ebola)

เชื้อแพร่กระจาย: EBOV VP30

อีโบลา (Ebola) เป็นโรคที่ร้ายแรงมาก โดยหากติดเชื้อจะมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 90% และถ้าป่วยแล้วจะมีชีวิตให้คุณอยู่รอดแค่ 10 วันเท่านั้น อาการจะคล้ายไข้หวัดทั้งไอ จาม เจ็บคอ อาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย บางรายเป็นหนักถึงขั้นตับ ไต หยุดทำงาน และมีเลือดออกทั้งในและนอกร่างกายร่วมด้วย โดยจะเริ่มตั้งแต่ดวงตา แล้วขยายไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

o-ebola-virus-facebook

 

เชื้อนี้ยังพบแค่ 3 ประเทศในแอฟริกาตะวันตก คือ กินี, ไลบีเรีย และเซียร์รา ลีโอน ถึงแม้จะระบาดแค่ใน 3 ประเทศแต่ความรวดเร็วในการแพร่เชื้อนั้นช่างน่าใจหาย โดยพบผู้ป่วยถึง 759 ราย และในจำนวนนี้เสียชีวิต 467 ราย และยังไม่สามารถตรวจให้แน่ชัดได้ว่าเป็นเชื้อแบบไหนแต่คล้ายคลึงกับเชื้อเอดส์มาก

9

 

ซึ่งต้นเหตุของเชื้ออาจมาจากลิงที่ในแอฟริกานิยมบริโภค ติดต่อจาการสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง การจามการไอ หรือแตะต้องศพของผู้ป่วยโดยไม่ป้องกัน

msb13567

 

เครดิต pantip.com